ปลาทูมัน กับปลาทู ต่างกันอย่างไร
| ลักษณะ | ปลาทูมัน | ปลาทูหอม |
|---|---|---|
| รสชาติ | เค็มน้อย | เค็มจัด |
| ระยะเวลาตาก | ตากแดดเดียว | ตากแดดนานกว่า |
| ลักษณะเนื้อ | เนื้อนุ่มมัน | เนื้อแห้งซุย |
ปลาทูมันกับปลาทูหอมต่างกันอย่างไร? รสชาติและเนื้อสัมผัส
ปลาทูมันกับปลาทูหอมต่างกันอย่างไร เป็นคำถามยอดฮิตสำหรับคนชอบกินปลาเค็ม การเลือกซื้ออย่างถูกวิธีช่วยให้ได้รสชาติที่ตอบโจทย์ความชอบของครอบครัวและป้องกันความผิดพลาดในการปรุงอาหาร ชวนทำความเข้าใจลักษณะเฉพาะเพื่อความอร่อยในทุกมื้อและเลือกวัตถุดิบได้ตรงใจที่สุด
ปลาทูมันกับปลาทูหอมต่างกันอย่างไร - ไขข้อข้องใจสำหรับคนรักปลาเค็ม
ปลาทูมันกับปลาทูหอมต่างกันอย่างไร? คำตอบสั้นๆ คือมันเป็นปลาเค็มทั้งคู่ แต่ปลาทูมันจะเค็มน้อยกว่าปลาทูหอมครับ ปลาทูมันใช้ระยะเวลาการตากน้อยกว่าประมาณ 1-2 วัน โดยตากแบบให้น้ำมันปลาซึมออกมา ในขณะที่ปลาทูหอมจะตากจนแห้งสนิท ทำให้มีเนื้อที่หอม นิ่ม และมักจะใช้ปลาตัวใหญ่กว่า
เอาจริงๆ หลายคนเวลาไปตลาดมักจะยืนงงหน้าแผงปลาเค็ม - และนี่คือเรื่องปกติมาก - เพราะหน้าตามันคล้ายกันไปหมด แต่มีสิ่งหนึ่งที่คนกว่า 90% มักจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับวิธีการเลือกซื้อและนำไปทำอาหาร ซึ่งผมจะเฉลยความลับเรื่องนี้ในหัวข้อถัดไป
ความแตกต่างปลาทูมัน ปลาทูหอม ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
พูดตรงๆ เลยว่าตอนผมเริ่มหัดทำกับข้าวครั้งแรก ผมเคยซื้อปลาผิดประเภทมาทำยำ มั่นใจมากว่าเลือกถูกตัว ทอดเสร็จบีบมะนาวใส่หอมแดงอย่างดี พอกินเข้าไปคำแรกคือความเค็มตีขึ้นจมูก ลิ้นชาไปหมด ความหงุดหงิดพุ่งปรี๊ดเพราะต้องทิ้งทั้งจาน เสียดายของมาก กว่าจะรู้ตัวว่าหยิบปลาทูหอมมาทำเมนูที่ควรใช้ปลาทูมันก็สายไปแล้ว
หลักการทางวิทยาศาสตร์ของการทำปลาเค็มคือการดึงน้ำออกจากเซลล์เนื้อปลา ปลาทูหอมใช้เวลาตากแดดจัดประมาณ 3-4 วัน ทำให้ความชื้นในเนื้อปลาลดลงเหลือเพียง 20-30% ความเค็มจึงควบแน่นสูงมาก ส่วนปลาทูมันตากแดดแค่ 1-2 วัน ความชื้นยังเหลืออยู่ราวๆ 50-60% ความเค็มจึงเจือจางกว่า
แค่นั้นเอง.
การเข้าใจเรื่องความชื้น (และนี่คือสิ่งที่แม่ค้าไม่ได้บอกเรา) จะช่วยให้คุณเลือกวัตถุดิบได้เป๊ะขึ้น
วิธีทำปลาทูมัน ปลาทูหอม - เบื้องหลังรสชาติ
กระบวนการทำเป็นตัวกำหนดว่า ปลาทูเค็มแบบไหนอร่อยกว่า ในแต่ละเมนู คนส่วนใหญ่คิดว่าเอาปลาไปหมักเกลือแล้วตากแดดเหมือนกันหมด แต่วิธีการมันมีรายละเอียดซ่อนอยู่
กระบวนการทำปลาทูมัน
ปลาทูมันมักจะใช้ปลาที่สดและมีความมันตามธรรมชาติสูง นำมาหมักเกลือในระยะเวลาสั้นๆ แล้วนำไปตากแดดพอหมาด การตากแบบนี้ทำให้น้ำมันปลาซึมเยิ้มออกมาเคลือบผิว รสชาติที่ได้จึงมีความมันนำและความเค็มตาม เนื้อจะยังคงความแน่นและไม่เละ
กระบวนการทำปลาทูหอม
ปลาทูหอมจะถูกหมักเกลือเข้มข้นกว่าและตากแดดจนแห้งสนิท บางสูตรอาจมีการหมักทิ้งไว้ข้ามคืนก่อนตาก ทำให้เกิด วิธีทำปลาทูมัน ปลาทูหอม ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งสร้างกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่เตะจมูกเวลาทอด เนื้อปลาจะยุ่ยง่ายและนุ่มฟูกว่าปลาทูมัน
รอเดี๋ยวนะ.
นี่คือจุดที่คนมักพลาด ที่ผมเกริ่นไว้ตอนต้นว่ามีคนเข้าใจผิดเยอะมากคือเรื่องการล้างน้ำ ก่อนนำปลาทูหอมไปทอด คุณต้องล้างหรือแช่น้ำอุ่นประมาณ 10-15 นาทีเพื่อลดความเค็มเสมอ ในขณะที่ปลาทูมันสามารถนำไปทอดได้เลยโดยไม่ต้องแช่น้ำ การข้ามขั้นตอนนี้คือสาเหตุหลักที่ทำให้อาหารจานนั้นเค็มจนเกินพอดี
ปลาทูมัน เค็มไหม? และปลาทูเค็มแบบไหนอร่อยกว่ากัน?
คำถามคลาสสิกคือ ปลาทูมัน เค็มไหม? คำตอบคือ เค็มครับ แต่มันเป็นความเค็มระดับกลางๆ ที่คนไม่กินเค็มจัดสามารถรับได้สบายๆ
หลายคนบอกว่า กินปลาเค็มก็ต้องกินแบบเค็มจัดๆ สิถึงจะสะใจ แต่จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมกลับมองต่างออกไป ความเค็มที่มากเกินไปมักจะกลบรสชาติที่แท้จริงของวัตถุดิบอื่น ปลาทูมันที่มีความนัวของไขมันปลาผสมอยู่ ทำให้รสชาติกลมกล่อมกว่าเมื่อกินคู่กับข้าวสวยร้อนๆ โดยไม่ต้องใช้เครื่องเคียงเยอะ
อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณต้องการทำเมนูที่ต้องการความหอมทะลุทะลวงอย่างข้าวผัดปลาเค็ม หรือหลนปลาเค็ม ปลาทูหอมคือตัวเลือกที่ชนะขาดลอย กลิ่นของมันเมื่อโดนความร้อนจากกระทะจะหอมฟุ้งไปสามบ้านแปดบ้าน การจะบอกว่าแบบไหนอร่อยกว่าจึงขึ้นอยู่กับเมนูที่คุณตั้งใจจะทำ
เปรียบเทียบชัดๆ: เลือกแบบไหนให้เหมาะกับครัวคุณ
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนก่อนไปตลาด นี่คือการเปรียบเทียบคุณสมบัติหลักของปลาทูทั้งสองชนิดปลาทูมัน (แนะนำสำหรับคนชอบรสอ่อน)
- ทอดกินกับข้าวต้ม ยำปลาทูมัน บีบมะนาวซอยหอมแดง
- ตาก 1-2 วัน พอหมาดๆ ให้น้ำมันปลาซึมออก
- เนื้อแน่น ไม่เละง่าย มีความฉ่ำของน้ำมันปลา
- เค็มน้อยถึงปานกลาง รสชาติกลมกล่อมมีความมันแทรก
ปลาทูหอม
- ข้าวผัดปลาเค็ม หลนปลาเค็ม ผัดคะน้าปลาเค็ม
- ตากแห้งสนิท 3-4 วัน จนความชื้นเหลือน้อย
- เนื้อนิ่ม ฟู ยุ่ยง่ายเมื่อโดนส้อมเขี่ย
- เค็มจัดจ้าน ต้องกินคู่กับข้าวหรือเครื่องเคียงจำนวนมาก
การเลือกซื้อไม่มีกฎตายตัว หากคุณต้องการทำอาหารที่ปลาเป็นชิ้นสวยงามและรสไม่จัดเกินไป ให้หยิบปลาทูมัน แต่ถ้าต้องการกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่กระตุ้นความอยากอาหารในเมนูผัด ให้เลือกปลาทูหอมแล้วอย่าลืมลดความเค็มก่อนปรุงเสมอบทเรียนจากครัวก้นบ้าน: คุมความเค็มให้อยู่หมัด
พี่นก แม่บ้านวัย 45 ปีที่เชียงใหม่ อยากทำข้าวผัดคะน้าปลาเค็มให้ลูกชายกิน แต่มีความกังวลมากเพราะเคยซื้อปลาทูเค็มมาทำแล้วลูกบ่นว่าเค็มจนปวดไต เธอไปตลาดและสุ่มหยิบปลาทูหอมมาตัวหนึ่งโดยไม่รู้ความต่าง.
ครั้งแรก เธอหั่นปลาทูหอมลงไปผัดในกระทะโดยตรงพร้อมกับข้าวและซอสปรุงรสปกติ ผลคือกลิ่นหอมฟุ้งน่ากินมาก แต่พอชิมคำแรกเท่านั้นแหละ เธอกลืนแทบไม่ลง มันเค็มจัดจนทำลายรสชาติของผักคะน้าไปหมด เธอต้องยอมทิ้งข้าวผัดกระทะนั้นไปอย่างหงุดหงิด.
จุดเปลี่ยนคือเธอไปถามแม่ค้าเจ้าประจำ แม่ค้าสอนทริคว่าถ้าใช้ปลาทูหอมต้องแช่น้ำอุ่นก่อน 15 นาที หรือถ้าขี้เกียจแช่ ให้เปลี่ยนไปใช้ 'ปลาทูมัน' แทน เพราะระดับความเค็มจะซอฟต์ลงมาแต่ยังได้ความหอม.
รอบต่อมา เธอใช้ปลาทูมันแกะเนื้อผัดกับข้าว ผลลัพธ์คือรสชาติพอดีเป๊ะ ไม่ต้องเหยาะน้ำปลาเพิ่มเลย ลูกชายกินหมดจาน การเปลี่ยนชนิดปลาช่วยลดเวลาเตรียมอาหารและแก้ปัญหาความเค็มโดดได้อย่างสมบูรณ์แบบ.
คำแนะนำอื่นๆ
ไม่แน่ใจว่าปลาทูมันและปลาทูหอมต่างกันอย่างไรในแง่ของรสชาติความเค็ม?
จำง่ายๆ ครับ ปลาทูหอมจะเค็มปี๊ดและเค็มจัดกว่ามาก ส่วนปลาทูมันจะมีความเค็มผสมความนัวของไขมันปลา ทำให้รสชาติกลมกล่อมกว่าและทานง่ายกว่าสำหรับคนไม่ชอบรสเค็มจัด
กลัวซื้อปลาทูเค็มมาแล้วเค็มจัดเกินไปจนกินไม่ได้ ต้องทำอย่างไร?
ถ้าซื้อปลาทูหอมมา ให้แช่น้ำอุ่นผสมเกลือเล็กน้อยประมาณ 10-15 นาทีก่อนนำไปทอด (เกลือในน้ำจะช่วยดึงเกลือในปลาออกมาตามหลักการออสโมซิส) หรือบีบมะนาวใส่ตอนทอดเสร็จเพื่อตัดความเค็ม
ไม่รู้ว่าวิธีการตากแดดส่งผลต่อเนื้อสัมผัสของปลาอย่างไร?
การตากแดดนาน (แบบปลาทูหอม) จะทำให้น้ำในเนื้อปลาระเหยออกหมด เนื้อจึงยุ่ยและฟู ส่วนการตากแดดน้อย (แบบปลาทูมัน) จะกักเก็บความชื้นและน้ำมันไว้ เนื้อจึงมีความแน่นและหนึบกว่า
เลือกไม่ถูกว่าควรซื้อแบบไหนมาทำเมนูอาหารอะไรดี?
ถ้าทำเมนูที่กินปลาเป็นชิ้นๆ เช่น ยำปลาทู ทอดกินกับข้าวต้ม ให้เลือกปลาทูมัน แต่ถ้าทำเมนูที่ต้องการเอาเนื้อปลาไปยีผสม เช่น ข้าวผัด หลน หรือผัดผัก ให้เลือกปลาทูหอมครับ
คำแนะนำที่เป็นประโยชน์
ความชื้นคือตัวแปรสำคัญปลาทูหอมตากแดด 3-4 วันจนความชื้นเหลือ 20-30% จึงเค็มและหอมกว่า ส่วนปลาทูมันตาก 1-2 วัน จึงคงความมันและเค็มน้อยกว่า
เมนูเป็นตัวกำหนดวัตถุดิบใช้ปลาทูมันสำหรับยำและกินกับข้าวต้ม ใช้ปลาทูหอมสำหรับเมนูผัดที่ต้องการกลิ่นหอมทะลุทะลวง
การแช่น้ำอุ่น 15 นาทีก่อนปรุง สามารถลดความเค็มของปลาทูหอมลงได้มาก ทำให้ทำอาหารได้ง่ายขึ้นโดยไม่เสียรสชาติ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต