ถั่วลิสงต้ม1กำมือให้โปรตีนกี่กรัม

115 ครั้งเข้าชม
ถั่วลิสงต้ม 1 กำมือ โปรตีนกี่กรัม คำตอบคือ 4 ถึง 5 กรัมสำหรับแบบแกะเปลือกน้ำหนัก 30 กรัม. ของว่างชนิดนี้ให้พลังงาน 90 ถึง 100 แคลอรี่และระงับความหิวระหว่างวันได้อย่างดี.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ถั่วลิสงต้ม 1 กำมือ โปรตีนกี่กรัม: 4-5 กรัมและ 90-100 แคลอรี่

การทราบว่า ถั่วลิสงต้ม 1 กำมือ โปรตีนกี่กรัม มีประโยชน์อย่างมากต่อการควบคุมโภชนาการประจำวัน. หลายคนกะปริมาณคลาดเคลื่อนเพราะมองข้ามเรื่องน้ำหนักน้ำที่ซึมเข้าไปในเนื้อถั่วระหว่างกระบวนการทำสุก. การทำความเข้าใจข้อมูลโภชนาการที่ถูกต้องช่วยให้คุณจัดสรรเมนูอาหารว่างได้อย่างเหมาะสมและรับสารอาหารครบถ้วนตามเป้าหมายของร่างกาย.

ถั่วลิสงต้ม 1 กำมือให้โปรตีนกี่กรัม? คำตอบแบบเจาะลึก

ขึ้นอยู่กับว่าคุณหมายถึงถั่วที่แกะเปลือกแล้วหรือยัง สำหรับคนที่สงสัยว่า ถั่วลิสงต้ม 1 กำมือ โปรตีนกี่กรัม ถั่วลิสงต้มแกะเปลือก 1 กำมือ หรือประมาณ 30 กรัม จะให้โปรตีนประมาณ 4 ถึง 5 กรัม[1] ปริมาณนี้ถือเป็นของว่างรองท้องที่ช่วยเติมพลังงานระหว่างวันได้ดีเยี่ยม

การกินถั่วต้ม 1 กำมือแบบแกะเปลือกจะให้พลังงานราว 90 ถึง 100 แคลอรี่[2] ซึ่งเพียงพอสำหรับการระงับความหิวโดยไม่ทำให้จุกเกินไป ถั่วลิสงต้มมีปริมาณน้ำผสมอยู่มาก ทำให้เมื่อชั่งน้ำหนักแล้วจะได้โปรตีนน้อยกว่าถั่วคั่วในปริมาณกรัมที่เท่ากัน หลายคนมักมองข้ามเรื่องน้ำหนักน้ำตรงนี้ - และนั่นคือข้อผิดพลาด - ทำให้กะ ปริมาณโปรตีนในถั่วลิสงต้ม คลาดเคลื่อนไปมาก

ปริมาณ 1 กำมือคือกี่กรัมกันแน่? เทียบขนาดให้เห็นภาพ

ปัญหาคลาสสิกของคนคุมอาหารคือ ไม่แน่ใจว่าปริมาณ 1 กำมือคือกี่กรัมกันแน่ มือแต่ละคนไม่เท่ากัน แถมถั่วต้มยังมีเปลือกที่หนักเพราะอมน้ำเอาไว้อีกต่างหาก การคำนวณ โปรตีนจากถั่วลิสงต้ม จึงต้องระวังเรื่องน้ำหนักให้ดี

ถั่วลิสงต้มทั้งเปลือก 1 กำมือผู้ใหญ่ จะหนักประมาณ 40 ถึง 50 กรัม แต่เมื่อแกะเปลือกออกแล้ว เพื่อตอบคำถามว่า ถั่วลิสงต้ม 1 กำมือ โปรตีนกี่กรัม จะพบว่าเหลือเนื้อถั่วจริงๆ แค่ 25 ถึง 30 กรัมเท่านั้น พูดง่ายๆ คือ ถ้าคุณซื้อถั่วต้มรถเข็นมา 1 ถุงเล็ก กินหมดถุงอาจจะได้เนื้อถั่วแค่ 2 กำมือ ซึ่งให้โปรตีนรวมประมาณ 8 ถึง 10 กรัมเท่านั้น ค่อนข้างน้อยกว่าที่หลายคนหวังไว้

วิธีกะปริมาณด้วยสายตาแบบไม่ต้องใช้ตาชั่ง

ช้อนโต๊ะคือตัวช่วยที่ดีที่สุด เนื้อถั่วลิสงต้มล้วนๆ ประมาณ 2 ถึง 3 ช้อนโต๊ะพูนๆ จะมีน้ำหนักเทียบเท่ากับ 1 กำมือพอดี วิธีนี้ช่วยให้กะปริมาณได้แม่นยำขึ้นเวลาที่คุณนั่งแกะถั่วใส่ชามไว้ทานทีเดียว

ถั่วต้ม vs ถั่วคั่ว: ความแตกต่างของโปรตีนระหว่างถั่วดิบและถั่วต้ม

ความเชื่อที่ว่าต้มด้วยความร้อนสูงแล้วโปรตีนจะละลายหายไปในน้ำนั้นไม่เป็นความจริง แต่ความหนาแน่นของสารอาหารต่อปริมาณนั้นเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน แม้ว่า ประโยชน์ของถั่วลิสงต้ม ยังคงมีอยู่อย่างครบถ้วน

สำหรับ ถั่วต้ม 100 กรัม โปรตีน จะอยู่ที่ประมาณ 13 ถึง 15 กรัม ในขณะที่ถั่วคั่วให้โปรตีนสูงถึง 25 กรัม ทำไมถึงต่างกันขนาดนี้? คำตอบไม่ใช่เพราะโปรตีนสลายไป แต่เป็นเพราะถั่วต้มอมน้ำไว้เยอะมาก น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจึงเป็นน้ำ ไม่ใช่เนื้อถั่ว ผมเองก็เคยเข้าใจผิด - พยายามกินถั่วต้มเป็นกิโลเพื่อหวังสร้างกล้ามเนื้อ - ผลคืออิ่มน้ำจนจุกแถมพุงป่องไปทั้งวัน ความจริงแล้วถั่วต้มมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าถั่วคั่วถึง 4 เท่า เพราะกระบวนการต้มช่วยดึงสารอาหารดีๆ จากเปลือกถั่วให้ซึมเข้าไปในเมล[5] ็ด

กินถั่วต้มอ้วนไหม? เรื่องจริงของไขมันและแคลอรี่

คุณอาจจะเคยกังวลเรื่องปริมาณไขมันและสงสัยว่า ถั่วลิสงต้มกี่แคลอรี่ ที่มาพร้อมกับโปรตีนจากถั่วลิสง เป็นเรื่องจริงที่ถั่วลิสงจัดอยู่ในหมวดหมู่ของพืชให้น้ำมัน ไม่ใช่โปรตีนล้วนแบบอกไก่

ไขมันในถั่วลิสงกว่า 80 เปอร์เซ็นต์เป็นไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและเชิงซ้อน ซึ่งเป็นกรดไขมันดีที่ช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีในเลือด[6] หากคุณถามว่า กินถั่วต้มอ้วนไหม การกินถั่วต้ม 1 กำมือไม่ได้ทำให้คุณอ้วนขึ้นข้ามคืนแน่นอน แต่ถ้าคุณกินหมดถุงใหญ่คนเดียวตอนดูซีรีส์ นั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง กุญแจสำคัญคือการควบคุมปริมาณให้อยู่ที่ 1 ถึง 2 กำมือต่อวัน ถือว่าเพียงพอต่อความต้องการและปลอดภัยต่อรอบเอวของคุณ

โซเดียมแฝงในถั่วต้มรถเข็น: สิ่งที่ต้องระวัง

นี่คือหลุมพรางที่น่ากลัวที่สุดสำหรับคนรักสุขภาพ ถั่วต้มรถเข็นมีโซเดียมสูงอาจไม่ดีต่อสุขภาพของคุณในระยะยาว หากกินเป็นประจำทุกวัน

พ่อค้าแม่ค้ามักใส่เกลือปริมาณมากในน้ำต้ม เพื่อให้รสชาติเข้มข้นทะลุเปลือกเข้าไปถึงเนื้อถั่วและช่วยยืดอายุการเก็บรักษา ถั่วต้มรถเข็นเพียง 100 กรัมอาจมีโซเดียมสูงถึง 400 ถึง 600 มิลลิกรัม[7] เรื่องนี้อันตรายมาก ซื้อมากินเพลินๆ ตอนกลางคืน ตื่นเช้ามาหน้าและตาจะบวมน้ำอย่างเห็นได้ชัด ทางออกที่ดีที่สุดคือซื้อถั่วลิสงดิบมาต้มเองที่บ้าน ใส่เกลือแค่หยิบมือเดียว หรือเลือกร้านที่ต้มแบบจืดสนิท

เปรียบเทียบโภชนาการ: ถั่วต้ม ถั่วคั่ว และอัลมอนด์

เพื่อให้เห็นภาพรวมชัดเจน ลองเปรียบเทียบสารอาหารหลักๆ ของถั่วลิสงต้มกับของว่างยอดฮิตอื่นๆ ในปริมาณ 100 กรัมเท่ากัน

ถั่วลิสงต้ม (⭐ แนะนำสำหรับคนกลัวอ้วน)

เคี้ยวเพลิน ย่อยง่ายกว่าถั่วอบแห้ง และมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง

ประมาณ 13 ถึง 15 กรัม (ปานกลาง)

ประมาณ 300 ถึง 320 แคลอรี่[8] (ต่ำที่สุดเพราะอมน้ำมาก)

อิ่มนาน เพราะมีกากใยและปริมาณน้ำผสมอยู่สูง

ถั่วลิสงคั่วแห้ง

พกพาสะดวก เก็บได้นาน ให้โปรตีนเน้นๆ ต่อกรัม

ประมาณ 25 ถึง 26 กรัม (สูงมาก)

ประมาณ 580 ถึง 600 แคลอรี่ (แคลอรี่พุ่งปรี๊ด ควรกินแต่น้อย)

กินเพลินจนอาจหยุดไม่อยู่ คอแห้งง่าย

อัลมอนด์อบ

มีวิตามินอีสูง แต่ราคาค่อนข้างแพงกว่าถั่วลิสงหลายเท่าตัว

ประมาณ 21 กรัม

ประมาณ 570 แคลอรี่

อิ่มกำลังดี มีไขมันดีสูงมาก

หากเป้าหมายของคุณคือการรับโปรตีนเข้มข้นที่สุด ถั่วลิสงคั่วหรืออัลมอนด์อาจตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าคุณต้องการของว่างที่กินได้ปริมาณเยอะหน่อย อิ่มท้อง และแคลอรี่ไม่พุ่งสูงปรี๊ด ถั่วลิสงต้มคือตัวเลือกที่ฉลาดที่สุด

บทเรียนจากรถเข็น: คุมอาหารพังเพราะโซเดียมแฝง

นัท พนักงานออฟฟิศวัย 28 ปีในกรุงเทพฯ พยายามลดน้ำหนักและสร้างกล้ามเนื้อแบบประหยัด เขาเห็นว่าถั่วลิสงมีโปรตีน จึงเลือกซื้อถั่วต้มรถเข็นหน้าออฟฟิศกินทุกเย็นวันละ 2 ถุงเป็นมื้อก่อนออกกำลังกาย

ช่วงแรกเขารู้สึกดีที่ประหยัดเงินได้เยอะ แต่ผ่านไป 2 สัปดาห์ เขาสังเกตว่าน้ำหนักไม่ลงเลย แถมหน้าและนิ้วมือยังบวมเป่งในตอนเช้า นัทรู้สึกหงุดหงิดมากเพราะอุตส่าห์คุมอาหารอย่างเคร่งครัด อาการตัวบวมทำให้เขาแทบอยากล้มเลิกเป้าหมาย

จุดเปลี่ยนมาถึงเมื่อเขาลองชิมน้ำที่ติดก้นถุง เขาพบว่ามันเค็มจัดจนขมคอ นัทจึงเปลี่ยนวิธีใหม่ เขาซื้อถั่วลิสงดิบจากตลาดมาต้มเองในหม้อหุงข้าวที่บ้านโดยไม่ใส่เกลือเลยแม้แต่ช้อนเดียว

ผลลัพธ์ชัดเจนในเวลาเพียง 1 สัปดาห์ อาการตัวบวมน้ำหายไปสนิท เขายังคงได้รับโปรตีนจากถั่วต้มราคาประหยัดเหมือนเดิม แต่ตัดโซเดียมส่วนเกินออกไปได้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ นัทเรียนรู้ว่าอาหารสุขภาพถ้าปรุงผิดวิธี ก็กลายเป็นตัวทำลายสุขภาพได้เช่นกัน

สาระสำคัญ

โปรตีนที่ได้จาก 1 กำมือ

เนื้อถั่วลิสงต้ม 1 กำมือ (30 กรัม) ให้โปรตีนประมาณ 4 ถึง 5 กรัม เป็นของว่างเติมพลังงานชั้นดี

หากคุณชื่นชอบการทานถั่วและสงสัยเรื่องสุขภาพเพิ่มเติม สามารถเข้าไปอ่าน กินถั่วลิสงต้มทุกวันดีไหม เพื่อไขข้อข้องใจได้เลยครับ
ระวังภาพลวงตาเรื่องน้ำหนัก

ถั่วต้ม 100 กรัม ให้โปรตีนราว 13 ถึง 15 กรัม น้อยกว่าถั่วคั่วเพราะอมน้ำไว้มหาศาล

ต้มเองคือทางออกที่ดีที่สุด

ถั่วต้มรถเข็น 100 กรัมอาจมีโซเดียมสูงทะลุ 400 มิลลิกรัม การต้มเองแบบไร้เกลือช่วยลดอาการตัวบวมน้ำได้อย่างเด็ดขาด

มุมมองอื่นๆ

ไม่แน่ใจว่าปริมาณ 1 กำมือคือกี่กรัมกันแน่?

สำหรับถั่วต้ม 1 กำมือผู้ใหญ่แบบยังไม่แกะเปลือกจะหนักราว 40 ถึง 50 กรัม แต่ถ้าแกะเปลือกออกแล้ว เนื้อถั่วล้วนๆ 1 กำมือจะหนักประมาณ 30 กรัม หรือกะง่ายๆ คือเนื้อถั่วประมาณ 2 ถึง 3 ช้อนโต๊ะพูน

ความแตกต่างของโปรตีนระหว่างถั่วดิบและถั่วต้มเป็นอย่างไร?

ในน้ำหนักที่เท่ากัน ถั่วต้มจะมีโปรตีนน้อยกว่าถั่วดิบหรือถั่วคั่ว เพราะถั่วต้มมีน้ำแทรกซึมอยู่มาก (น้ำหนักส่วนใหญ่คือน้ำ) การต้มไม่ได้ทำลายโปรตีนทิ้ง แค่เจือจางความเข้มข้นต่อน้ำหนักรวมเท่านั้น

กินถั่วต้มอ้วนไหม กังวลเรื่องปริมาณไขมันและแคลอรี่?

ถั่วลิสงต้ม 1 กำมือ (แบบแกะเปลือก) ให้พลังงานประมาณ 100 แคลอรี่ ถือว่าไม่อ้วนถ้ารับประทานในปริมาณนี้ ไขมันส่วนใหญ่เป็นไขมันดีที่ช่วยบำรุงหัวใจ ควรจำกัดปริมาณไม่เกิน 1 ถึง 2 กำมือต่อวัน

ถั่วต้มรถเข็นมีโซเดียมสูงอาจไม่ดีต่อสุขภาพ ควรทำอย่างไร?

หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ให้เลือกซื้อร้านที่สีเปลือกถั่วไม่คล้ำจนเกินไป และสะบัดน้ำเกลือทิ้งก่อนกิน ทางเลือกที่ดีที่สุดและปลอดภัยต่อไตคือการซื้อถั่วดิบมาต้มเองในน้ำเปล่า

เอกสารอ้างอิง

  • [1] Fatsecret - ถั่วลิสงต้มแกะเปลือก 1 กำมือ หรือประมาณ 30 กรัม จะให้โปรตีนประมาณ 4 ถึง 5 กรัม
  • [2] Fatsecret - การกินถั่วต้ม 1 กำมือแบบแกะเปลือกจะให้พลังงานราว 90 ถึง 100 แคลอรี่
  • [5] Everydayhealth - ความจริงแล้วถั่วต้มมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าถั่วคั่วถึง 4 เท่า เพราะกระบวนการต้มช่วยดึงสารอาหารดีๆ จากเปลือกถั่วให้ซึมเข้าไปในเมล็ด
  • [6] Healthline - ไขมันในถั่วลิสงกว่า 80 เปอร์เซ็นต์เป็นไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและเชิงซ้อน ซึ่งเป็นกรดไขมันดีที่ช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีในเลือด
  • [7] Primehospitalpanipat - ถั่วต้มรถเข็นเพียง 100 กรัมอาจมีโซเดียมสูงถึง 400 ถึง 600 มิลลิกรัม
  • [8] Fatsecret - ถั่วลิสงต้ม 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 300 ถึง 320 แคลอรี่