Gram stain เก็บยังไง
วิธีการเก็บสิ่งส่งตรวจ Gram stain: น้อยกว่า 10 เซลล์
การปฏิบัติ วิธีการเก็บสิ่งส่งตรวจ Gram stain อย่างถูกต้องมีความจำเป็น. การปนเปื้อนจากแบคทีเรียประจำถิ่นในช่องปากหรือผิวหนังทำให้ห้องปฏิบัติการไม่สามารถประเมินเชื้อก่อโรคที่แท้จริงได้. ปัญหานี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความล่าช้าในการให้ยาปฏิชีวนะที่ถูกต้องแก่ผู้ป่วย.
ความสำคัญของคุณภาพสิ่งส่งตรวจก่อนการย้อมสี
การแปลผลและการประเมินคุณภาพของการเก็บสิ่งส่งตรวจขึ้นอยู่กับบริบททางคลินิกและสภาพร่างกายของผู้ป่วยแต่ละราย ขั้นตอนการเก็บตัวอย่างย้อมสีแกรม ดูเหมือนเป็นเรื่องพื้นฐานที่ใครก็ทำได้ แต่มันมีปัจจัยที่ขัดกับความรู้สึกซึ่งคนส่วนใหญ่หรือแม้แต่บุคลากรทางการแพทย์มักมองข้าม - ผมจะอธิบายเรื่องนี้อย่างละเอียดในหัวข้อการทำสไลด์ด้านล่าง
ประมาณ 10% ของตัวอย่างเสมหะที่ส่งตรวจแบคทีเรียถูกปฏิเสธเนื่องจากคุณภาพไม่ผ่านเกณฑ์[1] ตัวเลขนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความล่าช้าในการให้ยาปฏิชีวนะที่ถูกต้องแก่ผู้ป่วย สำหรับ วิธีการเก็บสิ่งส่งตรวจ Gram stain การปนเปื้อนจากแบคทีเรียประจำถิ่นในช่องปากหรือผิวหนังเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ห้องปฏิบัติการไม่สามารถประเมินเชื้อก่อโรคที่แท้จริงได้
พูดตามตรงนะ ผมเคยคิดว่าหน้าที่หลักคือแค่เก็บอะไรก็ตามที่ดูเหมือนหนองหรือเสมหะใส่กระปุกแล้วส่งแล็บให้จบๆ ไป ความคิดนั้นทำให้ตัวอย่างถูกตีกลับบ่อยมาก กว่าจะเข้าใจว่าคุณภาพของตัวอย่างสำคัญกว่าความรวดเร็วก็ตอนที่ต้องไปขอโทษผู้ป่วยและขอเก็บตัวอย่างใหม่เป็นครั้งที่สาม
ขั้นตอนการเก็บตัวอย่างย้อมสีแกรมที่ถูกต้อง
สิ่งสำคัญที่สุดก่อนเริ่มกระบวนการคือการล้างมือให้สะอาดและสวมถุงมือที่ปราศจากเชื้อเสมอ การปนเปื้อนจากมือของผู้เก็บตัวอย่างคือข้อผิดพลาดที่ป้องกันได้ง่ายที่สุดแต่กลับเกิดขึ้นบ่อยที่สุด
วิธีเก็บเสมหะส่งตรวจ Gram stain
วิธีเก็บเสมหะส่งตรวจ Gram stain ที่ดีควรให้ตัวอย่างเสมหะที่มีคุณภาพ โดยมีเซลล์เยื่อบุช่องปากน้อยกว่า 10 เซลล์ต่อมุมมองภาพกล้องจุลทรรศน์กำลังขยายต่ำ[2] หากมีมากกว่านี้แสดงว่าตัวอย่างนั้นปนเปื้อนน้ำลายมากเกินไปและไม่สามารถนำมาแปลผลได้
เริ่มต้นด้วยการให้ผู้ป่วยบ้วนปากด้วยน้ำเปล่าอย่างน้อย 2 ครั้ง ห้ามใช้น้ำยาบ้วนปากหรือยาสีฟันเด็ดขาด เพราะสารเคมีในผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะไปทำลายเชื้อแบคทีเรียที่ต้องการตรวจ จากนั้นให้ผู้ป่วยสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วไอเอาเสมหะจากส่วนลึกของหลอดลมออกมา
อย่าพยายามฝืน. ถ้าผู้ป่วยไอไม่ออก ให้รอพักหนึ่งหรือดื่มน้ำอุ่นเล็กน้อย การขากสเลดแรงๆ จากคอจะได้แค่น้ำลายซึ่งไม่มีประโยชน์ต่อการวินิจฉัย
การเก็บหนองเพื่อตรวจเชื้อแบคทีเรีย
หลายคนคิดว่าการใช้ไม้พันสำลี (Swab) ป้ายบริเวณแผลที่มีหนองคือวิธีที่ดีที่สุด แต่ในความเป็นจริง การเก็บหนองเพื่อตรวจเชื้อแบคทีเรีย ที่เหมาะสมควรใช้เข็มเจาะดูด (Aspiration) หนองจากส่วนลึกของแผลหรือฝีให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำกว่ามาก เพราะเป็นการหลีกเลี่ยงเชื้อประจำถิ่นที่เกาะอยู่บริเวณขอบแผล
หากจำเป็นต้องใช้ไม้ป้ายจริงๆ ต้องทำความสะอาดผิวหนังรอบๆ แผลด้วยแอลกอฮอล์ 70% และทิ้งไว้ให้แห้งสนิทก่อนเสมอ รอสักนิด. การรีบป้ายขณะที่แอลกอฮอล์ยังไม่แห้งจะทำให้เชื้อตายและย้อมไม่ติดสีเลย
วิธีการทำ Direct Smear สำหรับย้อมสีแกรม
เมื่อได้ตัวอย่างมาแล้ว วิธีการทำ Direct Smear สำหรับย้อมสีแกรม คือหัวใจสำคัญ ให้นำสิ่งส่งตรวจป้ายลงบนแผ่นสไลด์แก้วที่สะอาด โดยเกลี่ยให้มีความกว้างประมาณ 1 ถึง 2 เซนติเมตร
นี่คือจุดที่คนมักทำผิดพลาดซึ่งผมได้เกริ่นไว้ตอนต้น คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่ายิ่งป้ายตัวอย่างลงบนสไลด์หนาเท่าไหร่ก็จะยิ่งเห็นเชื้อชัดเจนขึ้นเท่านั้น แต่นั่นคือความเข้าใจที่ผิดมหันต์ การป้ายหนาเกินไปทำให้กระบวนการล้างสี (Decolorization) ทำได้ไม่สมบูรณ์
อัตราความผิดพลาดในการย้อมสีแกรมอยู่ที่ประมาณ 3% โดยสาเหตุหลักคือการล้างสีมากเกินไป ซึ่งส่งผลให้แบคทีเรียแกรมบวกถูกแปลผลผิดว่าเป็นแกรมลบ การเกลี่ยสไลด์ให้บางพอดีและปล่อยให้แห้งเองในอากาศจึงเป็นขั้นตอนสำคัญของ วิธีการเก็บสิ่งส่งตรวจ Gram stain ที่ชี้ชะตาความถูกต้องของผลตรวจทั้งหมด [3]
การเก็บรักษาตัวอย่างสิ่งส่งตรวจจุลชีววิทยา
หลังจากเก็บตัวอย่างและเตรียมสไลด์เสร็จสิ้น ควรนำส่งห้องปฏิบัติการทันทีภายใน 30 นาทีถึง 2 ชั่วโมง หากไม่สามารถทำได้ การเก็บรักษาตัวอย่างสิ่งส่งตรวจจุลชีววิทยา ต้องเก็บตัวอย่างไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 2 ถึง 8 องศาเซลเซียสเพื่อป้องกันไม่ให้แบคทีเรียเจริญเติบโตมากเกินไปจนบิดเบือนผลลัพธ์ดั้งเดิม
ห้ามแช่แข็งเด็ดขาด. ความเย็นจัดจะทำลายโครงสร้างผนังเซลล์ของแบคทีเรีย ทำให้การย้อมสีแกรมให้ผลที่ผิดเพี้ยนไปอย่างสิ้นเชิง
การเปรียบเทียบวิธีการเก็บสิ่งส่งตรวจประเภทต่างๆ
ลักษณะของตัวอย่างแต่ละชนิดต้องการการจัดการที่แตกต่างกัน การเลือกวิธีเก็บที่เหมาะสมจะช่วยลดความผิดพลาดในการแปลผลทางห้องปฏิบัติการได้อย่างมาก
การเก็บเสมหะ (Sputum)
- ต้องมาจากการไอส่วนลึกของหลอดลม ไม่ใช่การขากน้ำลาย
- สูงมาก มักปนเปื้อนแบคทีเรียจากน้ำลายและเยื่อบุช่องปาก
- ต้องให้ผู้ป่วยบ้วนปากด้วยน้ำสะอาด ห้ามใช้น้ำยาบ้วนปากเด็ดขาด
การเก็บหนองหรือแผล (Pus / Wound)
- การใช้เข็มเจาะดูดหนองให้ผลดีกว่าการใช้ไม้ป้ายบริเวณพื้นผิวแผล
- ปานกลาง อาจปนเปื้อนเชื้อประจำถิ่นบริเวณผิวหนังรอบแผล
- ต้องเช็ดทำความสะอาดรอบแผลด้วยแอลกอฮอล์และรอให้แห้งสนิทก่อนเก็บ
การเก็บหนองมักจะควบคุมการปนเปื้อนได้ง่ายกว่าหากทำความสะอาดผิวหนังอย่างถูกต้อง ในขณะที่การเก็บเสมหะต้องพึ่งพาความร่วมมือและความเข้าใจของผู้ป่วยเป็นหลัก หากผู้ป่วยไม่เข้าใจวิธีไอที่ถูกต้อง ตัวอย่างเสมหะนั้นแทบจะใช้การไม่ได้เลยบทเรียนจากความล้มเหลวในการเก็บตัวอย่างเสมหะของกานดา
กานดา พยาบาลจบใหม่ที่โรงพยาบาลในเชียงใหม่ พบปัญหาตัวอย่างเสมหะของผู้ป่วยถูกห้องแล็บตีกลับถึง 4 ครั้งในหนึ่งสัปดาห์ เนื่องจากมีเซลล์เยื่อบุช่องปากปนเปื้อนมากเกินไป เธอเริ่มรู้สึกท้อแท้และคิดว่าผู้ป่วยจงใจไม่ให้ความร่วมมือ
ความพยายามครั้งแรก: เธอเน้นย้ำด้วยเสียงดุๆ ให้ผู้ป่วยบ้วนน้ำลายทิ้งก่อนเก็บ ผลลัพธ์กลับแย่ลง ผู้ป่วยเครียดและพยายามขากเสมหะแรงๆ จนได้แต่น้ำลายปนเลือดมาแทน สไลด์ที่ย้อมออกมามีแต่เม็ดเลือดแดงและแบคทีเรียในช่องปาก
คืนวันศุกร์ เธอสังเกตว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่แรงไอ แต่อยู่ที่การเตรียมความพร้อม เธอปรับวิธีใหม่โดยอธิบายให้ผู้ป่วยฟังอย่างใจเย็น ให้บ้วนปากด้วยน้ำสะอาด 2-3 ครั้งเพื่อล้างแบคทีเรียรอบนอกก่อน แล้วค่อยสูดหายใจลึกๆ ยาวๆ เพื่อไอเอาเสมหะจากปอด
อัตราการถูกปฏิเสธตัวอย่างของวอร์ดลดลงจาก 40% เหลือเพียง 2-3% ต่อเดือน มันไม่ได้สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะผู้ป่วยสูงอายุบางรายยังทำได้ยาก แต่มันจัดการได้ง่ายขึ้นมาก กานดาเรียนรู้ว่าการสื่อสารขั้นตอนที่ถูกต้องสำคัญกว่าการเร่งรีบทำเวลา
ขยายความรู้
วิธีการเก็บสิ่งส่งตรวจ Gram stain ต้องทำอย่างไรบ้างในกรณีที่เป็นแผลเปิด?
ควรทำความสะอาดผิวหนังรอบแผลด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนเสมอ จากนั้นใช้ไม้พันสำลีไร้เชื้อป้ายหนองจากส่วนลึกที่สุดของแผล หลีกเลี่ยงการป้ายบริเวณขอบแผลเพราะจะมีเชื้อผิวหนังปนเปื้อน
ความสับสนในขั้นตอนการเตรียมสไลด์ไม่ให้หนาหรือบางเกินไปแก้ไขอย่างไร?
ป้ายตัวอย่างลงบนสไลด์ให้มีความกว้างประมาณ 1-2 เซนติเมตร โดยให้มีความบางระดับที่สามารถมองทะลุเห็นตัวหนังสือด้านหลังสไลด์ได้ลางๆ หากป้ายหนาเกินไปการล้างสีจะไม่สมบูรณ์
ข้อจำกัดด้านเวลาและอุณหภูมิในการนำส่งตัวอย่างไปยังห้องปฏิบัติการคืออะไร?
ควรนำส่งตัวอย่างภายในเวลา 2 ชั่วโมงหลังการเก็บ หากเกิดความล่าช้าต้องเก็บตัวอย่างไว้ในตู้เย็นอุณหภูมิ 2 ถึง 8 องศาเซลเซียสเพื่อป้องกันเชื้อเจริญเติบโตผิดรูปแบบ
ประเด็นสำคัญ
การปนเปื้อนคือศัตรูตัวร้ายการเก็บตัวอย่างที่ปนเปื้อนน้ำลายหรือแบคทีเรียผิวหนังจะทำให้ผลการย้อมสีแกรมผิดเพี้ยน และนำไปสู่การให้ยาปฏิชีวนะที่ไม่ตรงจุด
การทำสไลด์ต้องบางและแห้งสนิทการป้ายตัวอย่างบนสไลด์ที่หนาเกินไปเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้แบคทีเรียแกรมลบดูเหมือนแกรมบวก ควรเกลี่ยให้บางและผึ่งลมให้แห้ง
การจัดการอุณหภูมิสำคัญเมื่อเกิดความล่าช้าหากนำส่งห้องแล็บไม่ทันภายใน 2 ชั่วโมง ต้องเก็บตัวอย่างที่ 2 ถึง 8 องศาเซลเซียสเสมอ ห้ามปล่อยทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องเด็ดขาด
เอกสารต้นฉบับ
- [1] Uncmedicalcenter - ประมาณ 10% ของตัวอย่างเสมหะที่ส่งตรวจแบคทีเรียถูกปฏิเสธเนื่องจากคุณภาพไม่ผ่านเกณฑ์
- [2] Emedicine - ตัวอย่างเสมหะที่มีคุณภาพดีควรมีเซลล์เยื่อบุช่องปากน้อยกว่า 10 เซลล์ต่อมุมมองภาพกล้องจุลทรรศน์กำลังขยายต่ำ
- [3] Ejpps - อัตราความผิดพลาดในการย้อมสีแกรมอยู่ที่ประมาณ 3% โดยสาเหตุหลักคือการล้างสีที่ไม่สมบูรณ์
- ไข้หวัดใหญ่ต้องไป รพ ไหม
- พันธ์ มีสระอุไหม
- คำว่าพันมีคำว่าอะไรบ้าง
- วัฒนธรรมไทย 4 ภาค มีอะไรบ้าง
- ปลาแห้งนำเข้าไต้หวันได้ไหม
- ออกกำลังกายอะไรผอมไวสุด
- เด็กวัยก่อนเรียน (อายุ 3-5 ปี) ควรนอนหลับกี่ชั่วโมง เพื่อช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโต
- บัตร Travel Card กรุงไทย ถอนเงินได้ไหม
- บัตร Travel Card แลกเงินคืนได้ไหม
- พัทยามีถนนคนเดินไหม
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต