Sputum C/S เก็บยังไง

134 ครั้งเข้าชม
Sputum C/S เก็บยังไง ให้ได้ผลแม่นยำ บ้วนปากด้วยน้ำสะอาดก่อนเริ่มกระบวนการ ไอแรงจากส่วนลึกของปอดเพื่อให้ได้เสมหะข้น นำส่งห้องปฏิบัติการทันทีภายใน 1-2 ชั่วโมง เก็บในตู้เย็นอุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียสหากส่งช้า
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

Sputum C/S เก็บยังไง: นำส่งภายใน 1-2 ชั่วโมง

การเรียนรู้วิธี Sputum C/S เก็บยังไง ช่วยลดความเสี่ยงที่ตัวอย่างจะปนเปื้อนน้ำลายจนถูกปฏิเสธ การเก็บที่ถูกต้องส่งผลดีต่อความรวดเร็วในการวินิจฉัยโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ ผู้ป่วยได้รับประโยชน์จากการรักษาที่ตรงจุดและหลีกเลี่ยงการเสียเวลาเริ่มกระบวนการเก็บเสมหะใหม่ทั้งหมด

Sputum C/S เก็บยังไง: ขั้นตอนพื้นฐานที่ต้องรู้ก่อนเริ่ม

การเก็บเสมหะส่งตรวจเพาะเชื้อ (Sputum C/S) ควรทำในตอนเช้าหลังตื่นนอน บ้วนปากด้วยน้ำสะอาดก่อน หายใจเข้าลึกๆ แล้วไอแรงๆ จากส่วนลึกของหน้าอกเพื่อเอาเสมหะข้นๆ ใส่กระปุกปลอดเชื้อ ปิดฝาให้สนิท และนำส่งห้องแล็บทันที

การทดสอบนี้ช่วยระบุเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ แต่รู้หรือไม่ว่าตัวอย่างเสมหะกว่า 30% ถูกปฏิเสธจากห้องแล็บเพราะมีแต่น้ำลายปนเปื้อน[1] การเก็บตัวอย่างที่ไม่ได้คุณภาพทำให้ต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด เสียทั้งเวลาและอาจทำให้การรักษาล่าช้าไปอีกหลายวัน

มีข้อผิดพลาดเล็กๆ ข้อหนึ่งที่คนส่วนใหญ่มักทำพลาดตอนตื่นนอน ซึ่งทำให้ผลตรวจเพาะเชื้อคลาดเคลื่อนไปอย่างสิ้นเชิง - ผมจะบอกวิธีหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดนี้ในส่วนของขั้นตอนการเตรียมตัวด้านล่าง

การเตรียมตัวในคืนก่อนหน้า และ สิ่งที่ต้องทำตอนเช้า

พูดกันตรงๆ การขากเสมหะที่ข้นเหนียวออกมาจากปอดไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ผมเคยเห็นผู้ป่วยหลายคนพยายามไอจนเจ็บคอแต่ก็ไม่มีอะไรออกมานอกจากน้ำลายใสๆ ความพยายามนั้นสูญเปล่าเพราะไม่ได้เตรียมตัวมาล่วงหน้า

เคล็ดลับที่มักถูกมองข้ามคือการดื่มน้ำเปล่ามากๆ ในคืนก่อนวันเก็บตัวอย่าง น้ำจะช่วยละลายเสมหะให้ข้นน้อยลง อ่อนตัวลง และขับออกมาได้ง่ายขึ้นในตอนเช้า

และนี่คือข้อผิดพลาดที่ผมเกริ่นไว้ก่อนหน้านี้: การใช้ยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปากทันทีที่ตื่นนอน สารเคมีในน้ำยาบ้วนปากจะไปฆ่าเชื้อแบคทีเรียในช่องปากและอาจทำลายเชื้อเป้าหมายในตัวอย่างเสมหะของคุณด้วย สิ่งที่คุณต้องทำคือบ้วนปากด้วยน้ำเปล่าธรรมดา 2-3 ครั้งเท่านั้น เพื่อล้างเศษอาหารและลดแบคทีเรียทั่วไปในปาก

วิธีเก็บเสมหะที่ถูกต้องไม่ให้น้ำลายปน (ทำตาม 5 ขั้นตอนนี้)

ขั้นตอนเหล่านี้ช่วยให้คุณได้ตัวอย่างที่สมบูรณ์ที่สุดสำหรับการตรวจ Sputum Culture and Sensitivity คืออะไร: 1. เปิดฝากระปุกปลอดเชื้ออย่างระมัดระวัง ห้ามเอามือสัมผัสด้านในกระปุกหรือฝาเด็ดขาด 2. หายใจเข้าและออกลึกๆ ช้าๆ ประมาณ 3 ครั้ง เพื่อให้ปอดขยายตัวเต็มที่ 3. กลั้นหายใจชั่วครู่ แล้วไอแรงๆ ออกมาจากส่วนลึกของหน้าอก (Deep Cough) ไม่ใช่การขากแครกๆ จากลำคอ 4. บ้วนเสมหะที่ได้ลงในกระปุกโดยตรง ควรได้ปริมาณประมาณ 3-5 มิลลิลิตร 5. ปิดฝาให้แน่นสนิททันที เขียนชื่อและนามสกุลที่ข้างกระปุก

ทำตามนี้. ปิดฝาให้สนิท. นำส่งทันที. จำไว้ว่าเราต้องการเสมหะข้นๆ จากปอด ไม่ใช่น้ำลายจากกระพุ้งแก้ม

การเก็บรักษาและการนำส่ง (ส่งเสมหะตรวจเพาะเชื้อกี่วันรู้ผล?)

ทันทีที่คุณได้ตัวอย่างมา การแข่งกับเวลาจะเริ่มขึ้น แบคทีเรียบางชนิดจะตายอย่างรวดเร็วเมื่ออยู่นอกร่างกายมนุษย์ หรือบางชนิดอาจเจริญเติบโตทับซ้อนเชื้อที่เป็นสาเหตุของโรค

ควรนำส่งกระปุกตัวอย่างไปยังห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยาภายใน 1-2 ชั่วโมงหลังจากการเก็บ หากระยะทางไกลหรือมีเหตุสุดวิสัยจริงๆ ให้เก็บกระปุกไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดา (อุณหภูมิประมาณ 2-8 องศาเซลเซียส) แต่ไม่ควรเก็บไว้นานเกิน 24 ชั่วโมงเด็ดขาด [3]

สำหรับการรอผล การทำ Sputum C/S ต้องใช้เวลาเพาะเชื้อในห้องแล็บประมาณ 3-5 วัน จึงจะทราบผลที่แน่ชัดว่าแบคทีเรียที่พบคือชนิดใด และมีความไวต่อยาปฏิชีวนะตัวไหนบ้าง [4] เพื่อให้แพทย์เลือกยาได้ตรงจุดที่สุด

ทำอย่างไรถ้าไอไม่ออก หรือไม่มีเสมหะ?

หลายคนมีความกังวลเรื่องการเก็บตัวอย่างเมื่อตัวเองรู้สึกว่าไอรังแคกๆ แต่ไม่มีอะไรหลุดออกมาเลย ผมเข้าใจความกดดันนี้ดี การพยายามบีบคั้นตัวเองให้ไอจนหน้าแดงอาจทำให้หลอดลมระคายเคืองมากกว่าเดิม - และนั่นไม่ใช่ผลดีเลย - ดังนั้นอย่าฝืนทำรุนแรงเกินไป

วิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นคือการสูดดมไอน้ำร้อน หากทำที่บ้านอาจใช้น้ำร้อนใส่ชามแล้วสูดไอน้ำ หรือหากอยู่ในโรงพยาบาล แพทย์อาจพิจารณาให้พ่นละอองน้ำเกลือความเข้มข้นสูง เพื่อกระตุ้นให้ปอดขับเสมหะออกมาได้ง่ายและเป็นธรรมชาติมากขึ้น

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับความหมายของแล็บ สามารถดูได้ที่ Sputum C/S คือการตรวจอะไร เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

ข้อแตกต่างระหว่าง เสมหะคุณภาพดี กับ น้ำลาย

ก่อนจะนำตัวอย่างไปส่งห้องแล็บ ลองสังเกตด้วยตาเปล่าดูก่อนว่าสิ่งที่คุณเก็บมานั้นใช้ได้หรือไม่ เพื่อป้องกันการถูกปฏิเสธตัวอย่าง

เสมหะจากปอด (Sputum) ⭐ แนะนำ

มักไม่มีฟองอากาศ หรือมีน้อยมาก

มาจากการไอแรงๆ จากส่วนลึกของหน้าอก รู้สึกได้ว่าออกมาจากหลอดลม

อาจมีสีเหลือง เขียว เทา หรือมีสีน้ำตาลปนเลือด (ขึ้นอยู่กับการติดเชื้อ)

มีความข้น หนืด ขุ่น และจับตัวเป็นก้อน

น้ำลาย (Saliva) ต้องเก็บใหม่

มีฟองอากาศลอยอยู่ด้านบนเต็มไปหมด

อยู่ในช่องปาก กระพุ้งแก้ม หรือขากออกมาจากลำคอตื้นๆ

ใส ไม่มีสี หรือเป็นสีขาวขุ่นจางๆ

ใส เหลว คล้ายน้ำ และไม่จับตัวเป็นก้อน

หากคุณเห็นฟองอากาศใสๆ เต็มกระปุก นั่นคือน้ำลาย ห้องแล็บจะไม่สามารถนำไปเพาะเชื้อหาแบคทีเรียที่ก่อโรคในปอดได้อย่างแม่นยำ คุณต้องทิ้งตัวอย่างนั้น ล้างปากด้วยน้ำเปล่า และเริ่มกระบวนการไอจากส่วนลึกของหน้าอกใหม่อีกครั้ง

ประสบการณ์การเก็บเสมหะของลุงสมชาย: กว่าจะได้ตัวอย่างที่ถูกต้อง

ลุงสมชาย วัย 65 ปีที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ มีอาการไอเรื้อรังและแพทย์สงสัยว่ามีการติดเชื้อในหลอดลม แพทย์สั่งให้เก็บ Sputum C/S ในตอนเช้า ลุงตื่นมาด้วยความงัวเงีย หยิบกระปุกมาขากน้ำลายใส่ไปครึ่งกระปุกอย่างรวดเร็วแล้วนำไปส่งโรงพยาบาล

ผลปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ห้องแล็บตีกลับตัวอย่างเพราะมีแต่น้ำลายใสๆ ลุงสมชายหงุดหงิดมากที่ต้องนั่งรอและพยายามไอใหม่ที่โรงพยาบาล แต่แกไอไม่ออกเพราะไม่ได้ดื่มน้ำมาเลยตั้งแต่เมื่อคืน เสมหะแห้งกรังและเหนียวติดอยู่ข้างใน

พยาบาลจึงให้ลุงดื่มน้ำอุ่น 2 แก้ว และพาไปนั่งพ่นยาเพื่อสูดดมละอองน้ำเกลือความเข้มข้นสูง แทนที่จะพยายามขากจากคอตื้นๆ พยาบาลสอนให้ลุงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จนสุดปอดแล้วกระแทกเสียงไอออกมาแรงๆ รวดเดียว

หลังจากการพ่นยา 15 นาที ลุงสมชายสามารถไอเอาเสมหะสีเหลืองข้นออกมาได้ 3 มิลลิลิตร ตัวอย่างนี้สมบูรณ์แบบ ส่งตรวจได้ผลแม่นยำ ลุงได้รับยาปฏิชีวนะที่ตรงกับเชื้อ และอาการไอเรื้อรังก็หายไปภายในหนึ่งสัปดาห์ แกบอกเลยว่า รู้งี้ดื่มน้ำเยอะๆ ตั้งแต่เมื่อคืนก็จบแล้ว

สรุปอย่างรวดเร็ว

ดื่มน้ำให้เพียงพอในคืนก่อนหน้า

การดื่มน้ำเปล่ามากๆ จะช่วยให้เสมหะอ่อนตัวและข้นน้อยลง ทำให้คุณสามารถไอขับออกมาได้ง่ายขึ้นในเช้าวันถัดไป

ห้ามใช้น้ำยาบ้วนปากเด็ดขาด

สารเคมีในน้ำยาบ้วนปากหรือยาสีฟันจะฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ให้ใช้เพียงน้ำเปล่าบ้วนปาก 2-3 ครั้งก่อนเก็บตัวอย่าง

ต้องไอจากส่วนลึกของหน้าอก (Deep Cough)

ห้องปฏิบัติการต้องการเสมหะข้นๆ ประมาณ 3-5 มิลลิลิตร ไม่ใช่น้ำลายใสๆ ที่มีฟองอากาศจากช่องปาก

แข่งกับเวลาในการนำส่ง

นำส่งตัวอย่างภายใน 1-2 ชั่วโมงหลังเก็บ หากจำเป็นต้องรอนานกว่านั้น ให้แช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส

รายละเอียดเพิ่มเติม

ภาชนะเก็บเสมหะปลอดเชื้อซื้อที่ไหน?

คุณสามารถรับกระปุกปลอดเชื้อ (Sterile Cup) ได้ฟรีจากโรงพยาบาลหรือคลินิกที่สั่งตรวจ หรือหาซื้อได้ตามร้านขายยาขนาดใหญ่ ห้ามใช้ขวดหรือกระปุกทั่วไปที่ล้างเองเด็ดขาดเพราะมีแบคทีเรียปนเปื้อน

ถ้าไอมีเลือดปนมาในเสมหะ ส่งตรวจได้ไหม?

ส่งตรวจได้และควรนำส่งทันที เสมหะที่มีเลือดปนสีแดงหรือสีสนิมมักเป็นสัญญาณของการติดเชื้อหรือการอักเสบในทางเดินหายใจที่สำคัญ ห้องแล็บสามารถนำไปเพาะเชื้อได้ตามปกติ

วิธีเก็บเสมหะ AFB 3 วัน ทำเหมือนกันไหม?

หลักการเก็บเหมือนกันทุกประการ คือต้องไอจากลึกในหน้าอกตอนเช้าตรู่ แต่สำหรับการตรวจหาวัณโรค (AFB) คุณต้องเก็บตัวอย่างติดต่อกัน 3 วันในตอนเช้าของแต่ละวัน เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการค้นหาเชื้อ

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้เท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัย หรือการรักษาโรคจากผู้เชี่ยวชาญได้ หากคุณมีอาการไอเรื้อรัง หายใจลำบาก หรือไอเป็นเลือดจำนวนมาก ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

แหล่งอ้างอิงไขว้

  • [1] Geisingermedicallabs - ตัวอย่างเสมหะกว่า 30% ถูกปฏิเสธจากห้องแล็บเพราะมีแต่น้ำลายปนเปื้อน
  • [3] Si - หากระยะทางไกลหรือมีเหตุสุดวิสัยจริงๆ ให้เก็บกระปุกไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดา (อุณหภูมิประมาณ 2-8 องศาเซลเซียส) แต่ไม่ควรเก็บไว้นานเกิน 24 ชั่วโมงเด็ดขาด
  • [4] Km - การทำ Sputum C/S ต้องใช้เวลาเพาะเชื้อในห้องแล็บประมาณ 3-5 วัน จึงจะทราบผลที่แน่ชัดว่าแบคทีเรียที่พบคือชนิดใด