ไขมันอิ่มตัวไม่ควรเกินกี่กรัม

0 ครั้งเข้าชม
ปริมาณไขมันอิ่มตัวไม่ควรเกินกี่กรัม ข้อมูลระบุว่าไม่ควรเกิน 10% ของพลังงานทั้งหมดต่อวัน โดยคิดเป็นประมาณ 20 กรัมสำหรับผู้หญิง และ 30 กรัมสำหรับผู้ชาย สมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกาแนะนำให้จำกัดเหลือเพียง 5-6% ของพลังงานทั้งหมดต่อวัน เพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและภาวะคอเลสเตอรอลสูง
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ไขมันอิ่มตัวไม่ควรเกินกี่กรัม: 20-30 กรัมต่อวัน

การควบคุมปริมาณไขมันอิ่มตัวไม่ควรเกินกี่กรัมถือเป็นสิ่งสำคัญในการดูแลสุขภาพหัวใจอย่างยิ่ง การเข้าใจสัดส่วนที่เหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจและระดับคอเลสเตอรอลสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ศึกษาข้อมูลรายละเอียดเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคให้ปลอดภัยต่อร่างกายในชีวิตประจำวัน

ไขมันอิ่มตัวไม่ควรเกินกี่กรัมต่อวัน?

ปริมาณไขมันอิ่มตัวที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวันไม่ควรเกิน 10% ของพลังงานทั้งหมดที่ร่างกายต้องการต่อวัน โดยคิดเป็นประมาณ 20 กรัมสำหรับผู้หญิง และ 30 กรัมสำหรับผู้ชาย อย่างไรก็ดี สมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกาแนะนำให้จำกัดปริมาณไขมันอิ่มตัวให้เหลือเพียง 5-6% ของพลังงานทั้งหมดต่อวัน [2] เพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและภาวะคอเลสเตอรอลในเลือดสูง

การคำนวณปริมาณไขมันอิ่มตัวที่เหมาะสมนั้นขึ้นอยู่กับความต้องการพลังงานของแต่ละคน หากคุณต้องการพลังงานวันละ 2,000 แคลอรี่ ปริมาณไขมันอิ่มตัวสูงสุดที่ควรได้รับคือประมาณ 22 กรัมต่อวัน แต่ถ้าต้องการลดความเสี่ยงโรคหัวใจให้ดียิ่งขึ้น แนะนำให้ไม่เกิน 13-15 กรัมต่อวัน

ทำไมการจำกัดไขมันอิ่มตัวจึงสำคัญต่อสุขภาพ

ไขมันอิ่มตัวเป็นไขมันประเภทหนึ่งที่พบได้ตามธรรมชาติในอาหารจากสัตว์และน้ำมันบางชนิด เมื่อรับประทานมากเกินไป ไขมันอิ่มตัวจะไปเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) ในเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดคราบไขมันเกาะตามผนังหลอดเลือด เมื่อเวลาผ่านไปคราบไขมันเหล่านี้จะทำให้หลอดเลือดตีบแคบและแข็งตัว เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองอย่างมีนัยสำคัญ

น่าเสียดายที่คนส่วนใหญ่ยังบริโภคไขมันอิ่มตัวเกินกว่าที่ควรจะเป็น จากการสำรวจพบว่าคนไทยบริโภคไขมันอิ่มตัวเฉลี่ยสูงกว่าเกณฑ์ที่แนะนำ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความนิยมของอาหารทอด อาหารมัน กะทิ และของหวานที่อุดมไปด้วยไขมันอิ่มตัว วันละกี่กรัมในชีวิตประจำวัน [3]

ไขมันอิ่มตัวมีอยู่ในอาหารประเภทใดบ้าง?

การรู้ว่าไขมันอิ่มตัวซ่อนอยู่ในอาหารชนิดใดบ้างจะช่วยให้คุณควบคุมปริมาณการบริโภคได้ง่ายขึ้น ไขมันอิ่มตัวส่วนใหญ่พบในอาหารดังนี้:

เนื้อสัตว์ติดมัน: หมูสามชั้น หมูกรอบ เบคอน เนื้อวัวติดมัน หนังไก่ และเนื้อสัตว์แปรรูปอย่างไส้กรอก แฮม ผลิตภัณฑ์จากนม: เนย ชีส นมสดเต็มส่วน ครีม และไอศกรีม น้ำมันและไขมันจากพืชบางชนิด: น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม และน้ำมันหมู อาหารแปรรูปและขนมอบ: เค้ก คุกกี้ พาย ขนมปังเนย และขนมขบเคี้ยวกรุบกรอบ กะทิและผลิตภัณฑ์จากกะทิ: แกงกะทิ ขนมกะทิ และเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกะทิ

คุณอาจสังเกตเห็นว่าไขมันอิ่มตัวมักอยู่ในรูปของไขมันที่แข็งตัวที่อุณหภูมิห้อง เช่น เนยหรือน้ำมันหมู ซึ่งแตกต่างจากน้ำมันพืชเหลวอย่างน้ำมันรำข้าวหรือน้ำมันมะกอกที่อุดมไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัวที่ดีต่อสุขภาพ

ไขมันอิ่มตัว vs ไขมันไม่อิ่มตัว: แตกต่างกันอย่างไร?

หลายคนยังสับสนระหว่างไขมันอิ่มตัวและไขมันไม่อิ่มตัว โดยเข้าใจว่าไขมันทุกชนิดไม่ดีต่อสุขภาพ แต่ความจริงแล้วร่างกายต้องการไขมันดีเพื่อการทำงานที่เหมาะสม

ไขมันอิ่มตัว มีโครงสร้างโมเลกุลที่อิ่มตัวด้วยไฮโดรเจน ทำให้แข็งตัวที่อุณหภูมิห้องและเพิ่มระดับคอเลสเตอรอล LDL ในเลือด ในทางตรงกันข้าม ไขมันไม่อิ่มตัว (รวมถึงไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและเชิงซ้อน) จะอยู่ในรูปของเหลวที่อุณหภูมิห้องและช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล LDL พร้อมทั้งเพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ที่ช่วยปกป้องหัวใจ

การเปลี่ยนจากไขมันอิ่มตัวมาเป็นไขมันไม่อิ่มตัวสามารถลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้อย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างเช่น การใช้น้ำมันมะกอกหรือน้ำมันรำข้าวแทนน้ำมันปาล์มในการปรุงอาหาร หรือการเลือกทานปลาทะเลที่มีกรดไขมันโอเมก้า-3 แทนเนื้อแดงติดมัน

วิธีลดการบริโภคไขมันอิ่มตัวในชีวิตประจำวัน

การลดไขมันอิ่มตัวไม่จำเป็นต้องยากหรือซับซ้อน เพียงแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างมาก ต่อไปนี้คือวิธีลดไขมันอิ่มตัวที่ได้ผลจริง:

1. เลือกเนื้อสัตว์ไม่ติดมันและเพิ่มปลา

แทนที่เนื้อแดงติดมันด้วยเนื้อไก่ไม่มีหนัง เนื้อปลาทะเล หรือโปรตีนจากพืชอย่างเต้าหู้และถั่ว ปลาทะเลอย่างแซลมอน ทูน่า และปลาซาร์ดีนอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3 ที่ดีต่อหัวใจ โดยทั่วไปควรตั้งเป้าทานปลาอย่างน้อย 2 มื้อต่อสัปดาห์

2. เปลี่ยนน้ำมันปรุงอาหาร

หลีกเลี่ยงน้ำมันที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เช่น น้ำมันหมูและน้ำมันปาล์ม ให้หันมาใช้น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันคาโนลาแทน ซึ่งล้วนอุดมไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัวที่ดีต่อสุขภาพและยังทนความร้อนได้ดีสำหรับการปรุงอาหาร

3. ลดผลิตภัณฑ์จากนมไขมันเต็มส่วน

เลือกนมพร่องมันเนยหรือนมขาดมันเนยแทนนมสดเต็มส่วน ใช้โยเกิร์ตรสธรรมชาติแทนไอศกรีม และลดการทานเนย ชีส และครีมในอาหารและขนมอบ ทางเลือกเหล่านี้อาจช่วยลดปริมาณไขมันอิ่มตัวลงได้ถึง 5-10 กรัมต่อวันโดยแทบไม่รู้สึกถึงความแตกต่างในรสชาติ

4. ควบคุมกะทิและอาหารกะทิ

กะทิมีไขมันอิ่มตัวสูงมาก โดยกะทิสด 100 มิลลิลิตรให้ไขมันอิ่มตัวประมาณ 20 กรัม[4] ซึ่งเกือบเท่ากับปริมาณที่ควรได้รับทั้งวัน แนะนำให้ลดความถี่ในการทานแกงกะทิ และเลือกใช้กะทิพร่องมันเนยหรือกะทิไขมันต่ำแทนหากต้องการทานเป็นครั้งคราว

5. อ่านฉลากโภชนาการทุกครั้ง

การอ่านฉลากโภชนาการเป็นทักษะสำคัญที่จะช่วยคุณควบคุมปริมาณไขมันอิ่มตัว ดูที่ส่วน GDA (Guideline Daily Amount) หรือ %DV (Percent Daily Value) บนฉลากเพื่อประเมินว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีไขมันอิ่มตัวมากน้อยเพียงใดต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีไขมันอิ่มตัวไม่เกิน 2-3 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค และหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีไขมันอิ่มตัวเกิน 5 กรัมต่อหน่วยบริโภค

ตัวอย่างการปรับเปลี่ยนอาหารเพื่อลดไขมันอิ่มตัว

ลองจินตนาการถึงมื้ออาหารเช้าแบบเดิม: ข้าวผัดหมูกรอบกับไข่ดาว ในมื้อนี้คุณอาจได้รับไขมันอิ่มตัวจากหมูกรอบและน้ำมันที่ใช้ผัดถึง 15-18 กรัม ซึ่งเกือบเท่ากับปริมาณที่แนะนำทั้งวันสำหรับผู้หญิง

หากปรับเปลี่ยนเป็นข้าวต้มปลากับผักสดและไข่ต้ม คุณจะได้รับไขมันอิ่มตัวเพียง 2-3 กรัมเท่านั้น ขณะเดียวกันยังได้โปรตีนคุณภาพดีและกรดไขมันโอเมก้า-3 ที่ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย

การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้เมื่อทำอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดปริมาณไขมันอิ่มตัวโดยรวมได้อย่างมาก โดยไม่ต้องอดอาหารหรือรู้สึกว่ากำลังถูกจำกัด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไขมันอิ่มตัว

ต่อไปนี้คือคำถามที่ผู้คนมักสงสัยเกี่ยวกับกินไขมันอิ่มตัวได้วันละเท่าไหร่และปริมาณที่เหมาะสมในแต่ละวัน

1. ถ้ากินไขมันอิ่มตัวเกิน 20 กรัมต่อวันจะเป็นอะไรมั้ย?

การกินไขมันอิ่มตัวเกินปริมาณที่แนะนำเป็นครั้งคราวไม่เป็นอันตรายมากนัก แต่หากกินเกินปริมาณที่แนะนำเป็นประจำทุกวัน จะเพิ่มระดับคอเลสเตอรอล LDL ในเลือด ส่งผลให้หลอดเลือดแข็งตัวและเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองในระยะยาว พยายามรักษาปริมาณให้อยู่ในเกณฑ์ที่แนะนำโดยเฉลี่ยในแต่ละสัปดาห์จะดีกว่า

2. ไขมันอิ่มตัวมีประโยชน์ต่อร่างกายมั้ย?

ไขมันอิ่มตัวมีบทบาทบางอย่างในร่างกาย เช่น ช่วยในการดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมัน (A, D, E, K) และเป็นส่วนประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์ อย่างไรก็ตามร่างกายสามารถสังเคราะห์ไขมันอิ่มตัวได้เอง เพียงพอต่อความต้องการพื้นฐาน จึงไม่จำเป็นต้องได้รับจากอาหารเพิ่มเติม การบริโภคในปริมาณที่น้อยที่สุดจึงเพียงพอต่อสุขภาพ

3. น้ำมันมะพร้าวดีต่อสุขภาพจริงหรือ?

น้ำมันมะพร้าวมีกรดไขมันสายกลาง (MCT) ที่ถูกเผาผลาญได้เร็วกว่าไขมันชนิดอื่น แต่ก็ยังมีไขมันอิ่มตัวสูงถึง 80-90% ซึ่งสูงกว่าน้ำมันหมูหรือเนยเสียอีก แม้จะมีข้อดีบางประการ องค์การอนามัยโลกและสมาคมโรคหัวใจยังไม่แนะนำให้บริโภคน้ำมันมะพร้าวเป็นประจำ เนื่องจากหลักฐานที่ชัดเจนเกี่ยวกับประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจยังมีไม่เพียงพอ

4. การกินไขมันอิ่มตัวทำให้อ้วนมั้ย?

ไขมันทุกประเภทให้พลังงาน 9 แคลอรี่ต่อกรัม ซึ่งมากกว่าคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนที่ให้เพียง 4 แคลอรี่ต่อกรัม ดังนั้นการกินไขมันอิ่มตัวมากเกินไปอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ง่าย โดยเฉพาะหากไม่ได้ควบคุมปริมาณพลังงานรวมในแต่ละวัน อย่างไรก็ตาม สาเหตุหลักของโรคอ้วนคือการได้รับพลังงานรวมมากกว่าที่ใช้ ไม่ใช่ไขมันอิ่มตัวเพียงอย่างเดียว

สรุป: ควบคุมไขมันอิ่มตัวเพื่อหัวใจที่แข็งแรง

การจำกัดไขมันอิ่มตัวไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด สิ่งสำคัญคือการเลือกอาหารอย่างมีสติและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำได้จริงในชีวิตประจำวัน จำไว้ว่าปริมาณที่เหมาะสมคือไม่เกิน 10% ของพลังงานทั้งหมดที่ได้รับ หรือคิดเป็นประมาณ 20-30 กรัมต่อวัน และยิ่งน้อยยิ่งดีเพื่อสุขภาพหัวใจที่ดีในระยะยาวเลือกรับประทานไขมันอิ่มตัว อาหารอะไรบ้างที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

เริ่มต้นวันนี้ด้วยการอ่านฉลากโภชนาการ เลือกเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เปลี่ยนน้ำมันปรุงอาหาร และลดอาหารกะทิ ขนมอบ และอาหารแปรรูป ร่างกายจะขอบคุณคุณในอีกหลายปีข้างหน้า

เปรียบเทียบปริมาณไขมันอิ่มตัวในอาหารชนิดต่างๆ

การรู้ปริมาณไขมันอิ่มตัวในอาหารแต่ละชนิดจะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกอาหารได้อย่างชาญฉลาด

เนื้อสัตว์ติดมัน (หมูสามชั้น 100 กรัม)

เปลี่ยนเป็นเนื้อสันในหมูหรืออกไก่ไร้หนัง

เพิ่ม LDL อย่างมาก หากทานบ่อยเสี่ยงโรคหัวใจ

ประมาณ 15-20 กรัมต่อ 100 กรัม

กะทิสด (100 มิลลิลิตร)

ใช้กะทิพร่องมันเนยหรือใช้นมถั่วเหลืองแทนในบางเมนู

มีไขมันอิ่มตัวสูงมาก ควรบริโภคในปริมาณน้อยและไม่บ่อย

ประมาณ 20 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร

ปลาทะเล (แซลมอน 100 กรัม)

นี่คือตัวเลือกที่ดีอยู่แล้ว ทานสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

มีไขมันดีโอเมก้า-3 สูง ช่วยลดการอักเสบและป้องกันโรคหัวใจ

ประมาณ 2-3 กรัมต่อ 100 กรัม

จากตารางจะเห็นว่าอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูงมักเป็นเนื้อสัตว์ติดมันและกะทิ ซึ่งให้ไขมันอิ่มตัวเกือบถึงปริมาณสูงสุดที่ควรได้รับในวันเดียว ในขณะที่ปลาทะเลให้ไขมันอิ่มตัวน้อยกว่าและยังได้ไขมันดีที่มีประโยชน์ต่อหัวใจ การเลือกอาหารชนิดที่เหมาะสมสามารถลดปริมาณไขมันอิ่มตัวในแต่ละวันได้อย่างมีนัยสำคัญ

การปรับเปลี่ยนอาหารของสมชาย: จากไขมันสูงสู่หัวใจที่แข็งแรง

สมชาย พนักงานออฟฟิศวัย 45 ปีในกรุงเทพฯ เคยทานอาหารเช้าด้วยกาแฟใส่นมข้นหวานและขนมปังเนย ทานกลางวันเป็นข้าวมันไก่หรือก๋วยเตี๋ยวน้ำตก และทานเย็นกับแกงกะทิหรืออาหารทอดเป็นประจำ ผลตรวจสุขภาพล่าสุดพบคอเลสเตอรอล LDL สูงถึง 160 mg/dL ซึ่งอยู่ในระดับเสี่ยง

สมชายพยายามลดไขมันอิ่มตัวโดยการเลิกทานขนมปังเนย เปลี่ยนมาทานข้าวกล้องกับปลาทูนึ่งแทนข้าวมันไก่ และลดแกงกะทิเหลือสัปดาห์ละครั้ง แต่ช่วงแรกเขารู้สึกว่าอาหารจืดไปและเคยกลับไปทานอาหารเดิมอีก 2 ครั้งเพราะความเคยชิน

จนกระทั่งสมชายเริ่มใช้เครื่องปรุงรสอื่นๆ แทนความมัน เช่น ตะไคร้ ใบมะกรูด พริก และน้ำมะนาว เขายังเปลี่ยนน้ำมันปาล์มเป็นน้ำมันรำข้าวที่บ้าน และพกผลไม้เป็นของว่างแทนขนมขบเคี้ยวกรุบกรอบ ซึ่งเปลี่ยนมุมมองของเขาไปเลยว่าอาหารที่ดีต่อสุขภาพก็อร่อยได้

หลังปรับเปลี่ยนอาหารอย่างต่อเนื่อง 6 เดือน สมชายตรวจเลือดอีกครั้ง พบว่า LDL ลดลงเหลือ 120 mg/dL ซึ่งใกล้เคียงระดับปกติแล้ว เขารู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้น น้ำหนักลดลง 3 กิโลกรัมโดยไม่ได้อดอาหาร และยังคงทานอาหารที่ชอบได้โดยลดปริมาณและความถี่ลง

คำตอบด่วน

ไขมันอิ่มตัวควรได้รับวันละกี่กรัมสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก?

สำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก แนะนำให้จำกัดไขมันอิ่มตัวให้ต่ำกว่า 7% ของพลังงานทั้งหมด หรือคิดเป็นประมาณ 15-18 กรัมต่อวันสำหรับผู้หญิง และ 20-25 กรัมสำหรับผู้ชาย ขึ้นอยู่กับปริมาณพลังงานที่ได้รับในแต่ละวัน ซึ่งอาจน้อยกว่าคนทั่วไปเพื่อช่วยควบคุมน้ำหนักและลดความเสี่ยงโรคหัวใจไปพร้อมกัน

น้ำมันอะไรมีไขมันอิ่มตัวน้อยที่สุด?

น้ำมันที่มีไขมันอิ่มตัวต่ำที่สุดคือน้ำมันคาโนลา รองลงมาคือน้ำมันมะกอกและน้ำมันรำข้าว ในขณะที่น้ำมันปาล์มและน้ำมันมะพร้าวมีไขมันอิ่มตัวสูง ดังนั้นควรเลือกน้ำมันคาโนลา มะกอก หรือรำข้าวในการปรุงอาหารเป็นหลัก [5]

กะทิมีไขมันอิ่มตัวเท่าไหร่ และกินได้ไหม?

กะทิสด 100 มิลลิลิตรมีไขมันอิ่มตัวประมาณ 20 กรัม ซึ่งเท่ากับปริมาณสูงสุดที่ผู้หญิงควรได้รับทั้งวัน แนะนำให้บริโภคกะทิในปริมาณน้อยและไม่บ่อยนัก เช่น สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง และควรเลือกกะทิพร่องมันเนย หรือลดปริมาณกะทิในแกงโดยเติมน้ำหรือนมถั่วเหลืองผสมเพื่อลดความเข้มข้น

หากคุณกังวลเรื่องระดับคอเลสเตอรอล ลองศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ไขมันดีควรกินวันละเท่าไร เพื่อสุขภาพที่ดี

ไขมันอิ่มตัวในไข่แดงน่ากังวลไหม?

ไข่แดง 1 ฟองมีไขมันอิ่มตัวประมาณ 1.6 กรัม ซึ่งไม่สูงมากเมื่อเทียบกับอาหารอื่นๆ งานวิจัยล่าสุดพบว่าการกินไข่วันละ 1 ฟองไม่เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจในคนทั่วไป แต่หากมีภาวะคอเลสเตอรอลสูง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อกำหนดปริมาณที่เหมาะสม โดยอาจทานเฉพาะไข่ขาวหรือจำกัดไข่แดงสัปดาห์ละ 3-4 ฟอง

ขั้นตอนถัดไป

จำกัดไขมันอิ่มตัวให้ต่ำกว่า 10% ของพลังงานทั้งหมดในแต่ละวัน

ซึ่งเท่ากับประมาณ 20 กรัมต่อวันสำหรับผู้หญิง และ 30 กรัมสำหรับผู้ชาย แต่ยิ่งน้อยยิ่งดีสำหรับสุขภาพหัวใจ

เลือกไขมันดีแทนไขมันอิ่มตัวในทุกมื้อ

เปลี่ยนจากน้ำมันปาล์มเป็นน้ำมันรำข้าวหรือมะกอก จากเนื้อแดงเป็นปลาทะเล และจากเนยเป็นน้ำมันพืชเหลว เพื่อลด LDL และเพิ่ม HDL

อ่านฉลากโภชนาการเป็นนิสัย

ก่อนซื้ออาหารสำเร็จรูปหรือผลิตภัณฑ์แปรรูปทุกครั้ง ตรวจดูปริมาณไขมันอิ่มตัวต่อหนึ่งหน่วยบริโภค และเลือกที่มีไม่เกิน 2-3 กรัมต่อหน่วยบริโภค

ลดกะทิและอาหารมันโดยไม่ต้องงด

ไม่จำเป็นต้องเลิกทานแกงกะทิหรืออาหารโปรด แต่ลดความถี่ลงและควบคุมปริมาณในแต่ละครั้ง เช่น ทานแกงกะทิสัปดาห์ละครั้งแทนทุกวัน

แหล่งข้อมูลที่อ้างถึง

  • [2] Heart - สมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกาแนะนำให้จำกัดปริมาณไขมันอิ่มตัวให้เหลือเพียง 5-6% ของพลังงานทั้งหมดต่อวัน
  • [3] Who - จากการสำรวจพบว่าคนไทยบริโภคไขมันอิ่มตัวเฉลี่ยสูงถึง 14-16% ของพลังงานทั้งหมดต่อวัน
  • [4] Fdc - กะทิสด 100 มิลลิลิตรให้ไขมันอิ่มตัวประมาณ 20 กรัม
  • [5] Heart - น้ำมันคาโนลา (ประมาณ 6-8%) รองลงมาคือน้ำมันมะกอก (ประมาณ 14%) และน้ำมันรำข้าว (ประมาณ 20%) ในขณะที่น้ำมันปาล์มมีไขมันอิ่มตัวสูงถึง 50% และน้ำมันมะพร้าวสูงถึง 80-90%