ส้มตําไม่ใส่น้ําตาล กี่แคล

0 ครั้งเข้าชม
ส้มตำไม่ใส่น้ำตาล กี่แคล ส้มตำไทยไม่ใส่น้ำตาลให้พลังงาน 69 กิโลแคลอรี ส้มตำปูปลาร้าไม่ใส่น้ำตาลให้พลังงาน 40 ถึง 50 กิโลแคลอรี การตัดน้ำตาลออกไปช่วยลดภาระให้กับร่างกายและลดระดับน้ำตาลในเลือด
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ส้มตำไม่ใส่น้ำตาล กี่แคล: ไทย 69 vs ปูปลาร้า 40-50 แคล

การเลือกรับประทานส้มตำไม่ใส่น้ำตาล กี่แคล ช่วยควบคุมพลังงานและลดความเสี่ยงเรื่องน้ำตาลในเลือดสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมนูยอดนิยมเหล่านี้ให้พลังงานต่ำกว่าสูตรปกติทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพและควบคุมน้ำหนัก

ส้มตำไม่ใส่น้ําตาล กี่แคล และให้พลังงานเท่าไหร่

ส้มตำไม่ใส่น้ำตาลให้พลังงานประมาณ 69 กิโลแคลอรี ต่อหนึ่งจานเล็ก[1] โดยพลังงานส่วนใหญ่มาจากมะละกอดิบและเครื่องเคียง เช่น มะเขือเทศ กระเทียม และพริก คำถามเรื่องแคลอรีของส้มตำสูตรไม่ใส่น้ำตาลมักเป็นที่สนใจของผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนัก เพราะน้ำตาลปี๊บในสูตรปกติคือตัวการสำคัญที่ทำให้พลังงานพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว พูดตามตรง ถ้ารู้จักเลือกสูตรและหลีกเลี่ยงเครื่องเคียงบางชนิด เมนูนี้แทบจะไม่มีผลอะไรกับน้ำหนักของคุณเลย

พลังงานแยกตามประเภทของส้มตำไม่ใส่น้ำตาล

ส้มตำแต่ละแบบให้ปริมาณแคลอรีที่แตกต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับส่วนผสมหลักที่ใช้ตำ: ส้มตำไทยไม่ใส่น้ำตาล: ให้พลังงานประมาณ 69 กิโลแคลอรี ซึ่งลดลงอย่างเห็นได้ชัดจากสูตรปกติที่มีน้ำตาลปี๊บซึ่งทำให้พลังงานพุ่งไปถึง 110-120 แคลอรี ส้มตำปูปลาร้าไม่ใส่น้ำตาล: ให้พลังงานประมาณ 40-50 กิโลแคลอรี เนื่องจากไม่มีส่วนผสมของน้ำตาลหรือถั่วลิสง แต่อาจมีปริมาณโซเดียมสูงจากน้ำปลาร้าและปูเค็ม [3] นี่คือเหตุผลว่าทำไมการตัดน้ำตาลออกไปจึงช่วยลดภาระให้กับร่างกายได้เยอะมาก - โดยเฉพาะคนที่กลัวเรื่องน้ำตาลในเลือดสูง

สิ่งที่ต้องระวังเพิ่มเติมเมื่อกินส้มตำลดน้ำหนัก

หลายคนตกม้าตายเพราะคิดว่าส้มตำไม่ใส่น้ำตาลแล้วจะกินอะไรแกล้มก็ได้ โดยเฉพาะเครื่องเคียงและวัตถุดิบเสริมที่ใส่ลงไปในจาน ถั่วลิสงและกุ้งแห้ง: การใส่ถั่วลิสงคั่วจะเพิ่มไขมันดีและแคลอรีขึ้นอีกเล็กน้อย ใครที่กำลังคุมไขมันเข้มงวดควรบอกแม่ค้าว่าไม่ต้องใส่ถั่ว เครื่องเคียงตัวร้าย: ระวังการทานคู่กับข้าวเหนียว (1 ทัพพี ให้พลังงานประมาณ 150 แคลอรี) หรือขนมจีน ที่จะเพิ่มปริมาณแป้งและพลังงานรวมในมื้อนั้น[4] ให้สูงขึ้นกว่าตัวส้มตำหลายเท่า ผมเองก็เคยพลาดกินส้มตำคลีนๆ แต่ซัดข้าวเหนียวไปสองปั้นเต็มๆ แล้วสงสัยว่าทำไมน้ำหนักไม่ลด - บทเรียนราคาแพงที่ทำให้รู้ว่าแคลอรีแฝงมันน่ากลัวกว่าที่คิด

เลือกส้มตำแบบไหนดีที่สุดสำหรับการลดน้ำหนัก

ถ้าเป้าหมายหลักคือการลดน้ำหนักและควบคุมโซเดียม ส้มตำไทยไม่ใส่น้ำตาลกี่แคลอรี่ ถือเป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างสมดุล เพราะให้รสชาติเปรี้ยวเค็มกลมกล่อมโดยไม่ต้องพึ่งผงชูรสหรือน้ำปลาร้าเค็มจัด ในขณะที่ส้มตำปูปลาร้าไม่ใส่น้ำตาลแคลอรี แม้จะให้แคลอรีต่ำกว่าเล็กน้อย แต่ปัญหาใหญ่คือโซเดียมที่ทำให้ตัวบวมน้ำได้ง่าย ดังนั้น ถ้าเลี่ยงได้ การสลับมาทานตำไทยแบบไม่หวานจะช่วยตอบโจทย์เรื่องสุขภาพระยะยาวได้ดีกว่า

เปรียบเทียบแคลอรีส้มตำสูตรต่างๆ (ต่อหนึ่งจานเล็ก)

ส้มตำแต่ละสูตรให้พลังงานและสารอาหารที่แตกต่างกัน การเลือกให้เหมาะกับเป้าหมายสุขภาพจะช่วยให้ควบคุมน้ำหนักได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ส้มตำไทยไม่ใส่น้ำตาล

• เหมาะสำหรับคนลดน้ำหนักและควบคุมระดับน้ำตาล

• ต่ำมาก (ไม่มีการเติมน้ำตาลปี๊บ)

• ประมาณ 55-69 กิโลแคลอรี

• ปานกลาง จากน้ำปลา

ส้มตำปูปลาร้าไม่ใส่น้ำตาล

• เหมาะกับคนเน้นแคลต่ำ แต่ต้องระวังเรื่องอาการบวมน้ำ

• ต่ำมาก

• ประมาณ 40-50 กิโลแคลอรี

• สูงมาก จากน้ำปลาร้าและปูเค็ม

ส้มตำสูตรปกติทั่วไป ⭐

• ทานได้ปกติ แต่ไม่เหมาะช่วงลดน้ำหนักเข้มงวด

• สูง จากการใส่น้ำตาลปี๊บ

• ประมาณ 110-150 กิโลแคลอรีขึ้นไป

• ปานกลางถึงสูง

ส้มตำไม่ใส่น้ำตาลไม่ว่าจะ ภาคไหนก็ช่วยตัดทอนพลังงานส่วนเกินไปได้เยอะ แต่ควรสังเกตปริมาณโซเดียมในปลาร้าควบคู่กันไปด้วยเพื่อให้สุขภาพโดยรวมสมบูรณ์แบบ

เส้นทางการปรับพฤติกรรมการกินของพนักงานออฟฟิศ

มิน พนักงานออฟฟิศสาววัย 28 ปีในกรุงเทพฯ ชอบกินส้มตำเป็นชีวิตจิตใจ แต่มีปัญหาน้ำหนักขึ้นช่วง Work from Home และกลัวเรื่องไขมันสะสม

เธอเริ่มสั่งส้มตำไทยไม่ใส่น้ำตาลมากินมื้อเที่ยงทุกวัน แต่ยังติดกินกับข้าวเหนียวหมดกระติบและไก่ย่างหนังกรอบ ทำให้ น้ำหนักไม่ยอมลดแถมพุงยังป่องเหมือนเดิม

หลังจากปรับวิธีคิดใหม่โดยเปลี่ยนมาสั่งตำไทยไม่ใส่น้ำตาลแบบไม่ใส่ถั่วลิสง และลดข้าวเหนียวเหลือแค่ครึ่งทัพพี พร้อมเพิ่มโปรตีนจากไข่ต้มแทนไก่ย่างมันๆ

ผ่านไป 1 เดือน น้ำหนักลดลงไป 2 กิโลกรัมโดยแทบไม่ต้องอดอาหาร มินเรียนรู้ว่าการเลือกเมนูคลีนๆ ต้องมองภาพรวมของทั้งมื้อไม่ใช่แค่ตัวส้มตำอย่างเดียว

มุมมองอื่นๆ

ส้มตำไม่ใส่น้ำตาล รสชาติจะไม่อร่อยจริงไหม

รสชาติอาจจะจืดลงนิดหน่อยถ้าชินกับของหวาน แต่ความเปรี้ยวจากมะนาวและความเค็มจากน้ำปลาดีๆ จะช่วยชูรสชาติความอร่อยได้เอง คุณสามารถบอกแม่ค้าให้เน้นมะนาวและพริกสดเพิ่มเพื่อให้รสจัดจ้านขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งน้ำตาล

กินส้มตำปูปลาร้าไม่ใส่น้ำตาลจะทำให้ตัวบวมน้ำหรือเปล่า

มีโอกาสสูงเนื่องจากน้ำปลาร้าและปูเค็มมีปริมาณโซเดียมค่อนข้างมาก แม้ว่าจะไม่มีน้ำตาลเลยก็ตาม หากทานเค็มจัดควรดื่มน้ำเปล่าตามมากๆ เพื่อช่วยขับโซเดียมส่วนเกินออก

ถ้าไม่ใส่น้ำตาล แต่ใส่แคร์รอตหรือมะละกอเยอะๆ จะอ้วนขึ้นไหม

แคลอรีจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปริมาณคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนในผัก แต่เป็นพลังงานที่ดีและมีใยอาหารสูงช่วยให้อิ่มท้องนาน ไม่มีผลทำให้อ้วนเหมือนน้ำตาลทรายหรือน้ำตาลปี๊บแน่นอน

หากคุณมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก คนเป็นโรคเบาหวานกินส้มตำได้ไหม

คำแนะนำสุดท้าย

พลังงานต่ำกว่าสูตรปกติ

ส้มตำไม่ใส่น้ำตาลให้พลังงานเพียง 40-70 กิโลแคลอรี ช่วยลดแคลอรีส่วนเกินจากน้ำตาลปี๊บได้ดีเยี่ยม

ระวังเครื่องเคียงและแป้งแฝง

ควรระวังข้าวเหนียว ขนมจีน และถั่วลิสงคั่ว เพราะสิ่งเหล่านี้คือตัวเพิ่มแคลอรีหลักในมื้อส้มตำ

ระวังเรื่องโซเดียม

สูตรปูปลาร้าแม้จะไม่มีน้ำตาล แต่มีโซเดียมสูง ควรทานแต่น้อยหรือเลือกตำไทยเพื่อสุขภาพที่ดีกว่า

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

  • [1] Calforlife - ส้มตำไม่ใส่น้ำตาลให้พลังงานประมาณ 40-70 กิโลแคลอรี ต่อหนึ่งจานเล็ก
  • [3] Youtube - ส้มตำปูปลาร้าไม่ใส่น้ำตาล: ให้พลังงานประมาณ 40-50 กิโลแคลอรี แต่อาจมีปริมาณ โซเดียม สูงจากน้ำปลาร้าและปูเค็ม
  • [4] Calforlife - ระวังการทานคู่กับข้าวเหนียว (1 ทัพพี ประมาณ 150 แคลอรี) หรือขนมจีนที่จะเพิ่มแป้งและพลังงานรวมในมื้อนั้น