เนื้อวัวส่วนไหนมีไขมันน้อยสุด

104 ครั้งเข้าชม
เนื้อวัวส่วนไหนมีไขมันน้อยสุด คือส่วน Eye of Round หรือเนื้อส่วนตาของลูกมะพร้าว ส่วนนี้มีไขมันต่ำกว่า 4 กรัมต่อ 100 กรัมซึ่งลีนที่สุดเมื่อเทียบกับเนื้อส่วนอื่น ข้อมูลโภชนาการระบุส่วนที่มีไขมันต่ำพิเศษรวม 5 ส่วนหลักซึ่งมีไขมันน้อยกว่า 5 กรัม
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เนื้อวัวส่วนไหนมีไขมันน้อยสุด? Eye of Round คือส่วนที่ลีนที่สุด

การเลือกซื้อ เนื้อวัวส่วนไหนมีไขมันน้อยสุด เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักหรือเสริมสร้างกล้ามเนื้ออย่างมีประสิทธิภาพ. การทำความเข้าใจข้อมูลโภชนาการช่วยลดความเสี่ยงจากการรับไขมันส่วนเกินเข้าสู่ร่างกาย. ศึกษาคุณสมบัติของเนื้อวัวส่วนที่ลีนที่สุดเพื่อผลลัพธ์ทางสุขภาพที่ดีและป้องกันการรับพลังงานสูงเกินความจำเป็น.

เนื้อวัวส่วนไหนมีไขมันน้อยสุด: คำตอบที่คนรักสุขภาพต้องรู้

หากคุณกำลังมองหาว่า เนื้อวัวส่วนไหนมีไขมันน้อยสุด เพื่อควบคุมน้ำหนักหรือสร้างกล้ามเนื้อ คำตอบที่ชัดเจนที่สุดคือส่วน Eye of Round (เนื้อส่วนตาของลูกมะพร้าว) ซึ่งเป็นเนื้อส่วนที่ลีนที่สุดในบรรดาเนื้อทุกส่วนของวัว โดยทั่วไปแล้วเนื้อส่วนนี้มีไขมันไม่ถึง 4 กรัมต่อปริมาณ 100 กรัม[1] ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับส่วนอื่น ๆ ที่เราคุ้นเคยกัน

อย่างไรก็ตาม การเลือกเนื้อวัวส่วนที่ไขมันน้อยไม่ได้ขึ้นอยู่กับชื่อเรียกเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับการตัดแต่งและคุณภาพของเนื้อในแต่ละเกรดด้วย การทำความเข้าใจความแตกต่างของเนื้อส่วนต่าง ๆ จะช่วยให้คุณประหยัดแคลอรี่ได้มหาศาลในแต่ละมื้อ โดยไม่ต้องสละโปรตีนคุณภาพสูงที่จำเป็นต่อร่างกาย

เจาะลึก 5 อันดับเนื้อวัวไขมันต่ำ (Extra Lean Cuts)

เนื้อวัวที่ถูกจัดว่าเป็นส่วนที่ไขมันต่ำพิเศษ (Extra Lean) จะต้องมีไขมันทั้งหมดน้อยกว่า 5 กรัมและมีไขมันอิ่มตัวน้อยกว่า 2 กรัมต่อเนื้อ 100 กรัม[2] จากข้อมูลการวิเคราะห์โภชนาการพบว่า ส่วนของเนื้อวัวที่ไม่มีไขมัน หรือมีไขมันน้อยมาก มี 5 ส่วนหลักที่โดดเด่นในเรื่องความลีน ดังนี้

1. Eye of Round (เนื้อลูกมะพร้าวส่วนใน)

นี่คือราชาแห่งความลีน เนื้อส่วนนี้ตัดมาจากกล้ามเนื้อบริเวณสะโพกที่ทำงานหนัก ทำให้แทบไม่มีไขมันแทรก (Marbling) เลย ปริมาณไขมันเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3.5 ถึง 4.2 กรัมต่อ 100 กรัมเท่านั้น สำหรับคนที่สงสัยว่า กินเนื้อวัวส่วนไหนไม่อ้วน ส่วนนี้คือคำตอบที่ดีที่สุด ผมเคยลองซื้อเนื้อส่วนนี้มาทำสเต็กแบบปกติ ผลคือเหนียวจนเคี้ยวแทบไม่ได้ เพราะมันไม่มีไขมันคอยช่วยให้เนื้อนุ่มเลย

2. Sirloin Tip (เนื้อส่วนเหนือสะโพก)

ส่วนนี้มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นส่วนเดียวกับ Sirloin แต่จริง ๆ แล้วมันอยู่ใกล้กับสะโพกมากกว่า มีปริมาณไขมันประมาณ 4.5 ถึง 5 กรัมต่อ 100 กรัม ข้อดีของส่วนนี้คือราคามักจะย่อมเยากว่าเนื้อสัน และยังให้โปรตีนสูงถึง 26-28 กรัมต่อหน่วยบริโภค

3. Top Round และ Bottom Round (เนื้อสะโพกในและนอก)

เนื้อสะโพกทั้งสองส่วนนี้มีความลีนสูงมาก โดย Top Round จะนุ่มกว่าเล็กน้อย ส่วน Bottom Round มักจะถูกนำไปทำเป็นเนื้อบดไขมันต่ำ เมื่อพิจารณาถึง เนื้อวัวส่วนสะโพก ไขมัน จะเฉลี่ยอยู่ที่ 4.8 ถึง 5.2 กรัมต่อ 100 กรัม สำหรับสายสร้างกล้ามเนื้อที่ต้องกินเนื้อในปริมาณมาก ส่วนนี้ถือเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุด

ความเข้าใจผิดเรื่อง สันใน (Tenderloin): นุ่มแต่ไม่ได้ลีนที่สุด

หลายคนเชื่อว่า Tenderloin (เนื้อสันใน) คือส่วนที่ลีนที่สุดเพราะมันไม่มีมันเป็นก้อน ๆ ติดอยู่ แต่ถ้าอยากรู้ว่า เนื้อวัวส่วนไหนโปรตีนสูงไขมันต่ำ อย่างแท้จริง เนื้อสันในยังมีไขมันแทรกอยู่ในเนื้อมากกว่าส่วนสะโพก โดยเฉลี่ยแล้วสันในจะมีไขมันประมาณ 6 ถึง 8 กรัมต่อ 100 กรัม[3] ซึ่งมากกว่าส่วน Eye of Round

จริงอยู่ที่สันในให้สัมผัสที่นุ่มละมุนลิ้น แต่ถ้าเป้าหมายของคุณคือการตัดลดแคลอรี่ให้ได้มากที่สุด การเปลี่ยนจากสันในมาเป็น Top Sirloin (เนื้อสันนอกส่วนบน) จะช่วยลดปริมาณไขมันลงได้เกือบ 30% เลยทีเดียว นี่คือจุดที่คนมักจะพลาดเพราะเลือกความนุ่มมากกว่าความลีน

เทคนิคปรุงเนื้อส่วนลีนให้ไม่เหนียวเหมือนยาง

แม้จะรู้ว่า เนื้อวัวส่วนไหนมีไขมันน้อยสุด แต่ปัญหาใหญ่ของเนื้อไขมันน้อยคือความเหนียว เนื่องจากมีเส้นใยกล้ามเนื้อที่หนาแน่นและมีคอลลาเจนสูงแต่ไม่มีไขมันมาช่วยละลายในปาก ผมสารภาพเลยว่าช่วงแรกที่หัดกินคลีน ผมทิ้งเนื้อส่วนสะโพกไปหลายกิโลกรัมเพราะปรุงไม่เป็น แต่หลังจากลองผิดลองถูกมานาน นี่คือ 3 วิธีที่เปลี่ยนเนื้อเหนียว ๆ ให้ทานง่ายขึ้น: การหมักด้วยกรด: ใช้สับปะรด มะนาว หรือน้ำส้มสายชูหมัก หมักทิ้งไว้ประมาณ 30-60 นาที กรดจะช่วยย่อยสลายเส้นใยกล้ามเนื้อให้นุ่มลง การหั่นขวางลายเนื้อ (Slicing against the grain): นี่คือเคล็ดลับที่สำคัญที่สุด หากคุณหั่นตามลายเนื้อ คุณจะต้องเคี้ยวเส้นใยที่ยาวและเหนียว แต่ถ้าหั่นขวาง เส้นใยจะถูกตัดให้สั้นลงทำให้เคี้ยวง่ายขึ้นมาก การปรุงด้วยความร้อนต่ำและนาน (Low and Slow): สำหรับส่วนที่ลีนมาก ๆ การนำไปตุ๋นหรือใช้เครื่อง Sous-vide (การปรุงสุกในถุงสุญญากาศ) จะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการย่างด้วยไฟแรง

บทสรุป: ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการลดน้ำหนัก

เมื่อพิจารณาว่า เนื้อวัวส่วนไหนลีนที่สุด การเลือกเนื้ออย่าง Eye of Round หรือเนื้อสะโพก สามารถช่วยลดพลังงานที่ได้รับต่อมื้อลงได้ประมาณ 50 ถึง 100 แคลอรี่เมื่อเทียบกับการกินเนื้อส่วนติดมันอย่าง Ribeye[5] (เนื้อส่วนซี่โครง) หากคุณกินเนื้อสัปดาห์ละ 3 ครั้ง การเลือกส่วนที่ลีนจะช่วยให้คุณลดแคลอรี่ส่วนเกินได้

ท้ายที่สุดแล้ว ความลีนไม่ได้แปลว่าไม่อร่อยเสมอไป หากคุณศึกษา แคลอรี่เนื้อวัวแต่ละส่วน อย่างเข้าใจและรู้จักใช้เทคนิคการปรุงที่เหมาะสม คุณจะพบว่าเนื้อวัวคือแหล่งโปรตีนชั้นยอดที่ช่วยให้การไดเอทของคุณไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

หากคุณต้องการเคล็ดลับการเลือกเนื้อเพื่อนำไปทำอาหารให้สมบูรณ์แบบ ลองอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เนื้อวัวส่วนไหนไม่เหนียว ทำสเต็ก เพื่อเป็นไอเดียสำหรับมื้อต่อไปของคุณ

เปรียบเทียบสารอาหารในเนื้อวัวแต่ละส่วน (ต่อ 100 กรัม)

ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นความแตกต่างของปริมาณไขมันและแคลอรี่ระหว่างส่วนที่ลีนที่สุดกับส่วนยอดนิยมอื่น ๆ เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

Eye of Round (ลีนที่สุด)

  • ประมาณ 3.5 - 4.0 กรัม
  • ประมาณ 140 - 150 kcal
  • ต่ำ (ต้องมีเทคนิคการปรุงพิเศษ)

Tenderloin (สันใน)

  • ประมาณ 8.0 - 10.0 กรัม
  • ประมาณ 200 - 220 kcal
  • สูงมาก (นุ่มที่สุดในบรรดาเนื้อวัว)

Ribeye (ติดมันยอดนิยม)

  • ประมาณ 18.0 - 22.0 กรัม
  • ประมาณ 290 - 330 kcal
  • สูง (ชุ่มฉ่ำด้วยไขมันแทรก)
หากเน้นการลดน้ำหนัก Eye of Round คือผู้ชนะด้วยปริมาณไขมันที่น้อยกว่า Ribeye ถึง 5 เท่า แต่ถ้าต้องการความสมดุลระหว่างรสชาติและความลีน Top Sirloin ถือเป็นตัวเลือกสายกลางที่น่าสนใจ

เส้นทางการลดน้ำหนักของต้น: จากเนื้อติดมันสู่เนื้อลีน

ต้น พนักงานออฟฟิศอายุ 32 ปีในกรุงเทพฯ เริ่มหันมาออกกำลังกายเพื่อลดพุง เขาชอบกินสเต็กเนื้อมากและมักจะสั่ง Ribeye เพราะความนุ่มชุ่มฉ่ำ แต่หลังจากผ่านไป 2 เดือน น้ำหนักของเขาแทบไม่ขยับเลยจนเริ่มรู้สึกนึกท้อ

เขาลองเปลี่ยนมากินเนื้อสันใน (Tenderloin) เพราะคิดว่าเป็นส่วนที่ไม่มีมัน แต่ด้วยราคาที่สูงทำให้เขาไม่สามารถกินได้บ่อย แถมปริมาณไขมันที่เขาลองเช็กดูจริง ๆ ก็ยังถือว่าสูงกว่าที่เทรนเนอร์แนะนำ

จุดเปลี่ยนคือเมื่อต้นได้รู้จักกับเนื้อส่วน Eye of Round เขาเริ่มนำมาหมักกับเบกกิ้งโซดาและน้ำสับปะรดเพียงเล็กน้อยก่อนนำไปจี้บนกระทะ เขาพบว่ามันไม่ได้เหนียวอย่างที่คิดถ้าหั่นขวางลายเนื้ออย่างถูกต้อง

หลังจากเปลี่ยนมาใช้เนื้อส่วนลีนแทนเนื้อติดมันเป็นเวลา 4 สัปดาห์ ต้นสามารถลดแคลอรี่ต่อสัปดาห์ได้ประมาณ 1,500 แคลอรี่ ผลคือพุงเริ่มยุบลงอย่างเห็นได้ชัดและเขาสามารถรักษามวลกล้ามเนื้อไว้ได้ดีเยี่ยม

มุมมองโดยรวม

Eye of Round คือตัวเลือกอันดับ 1

เป็นส่วนที่มีไขมันน้อยที่สุด (ต่ำกว่า 4 กรัม/100 กรัม) เหมาะสำหรับช่วงที่ต้องการรีดไขมันมากที่สุด

อย่าหลงกลความนุ่มของสันใน

สันในนุ่มเพราะมีไขมันแทรกมากกว่าส่วนสะโพกถึง 2 เท่า ดังนั้นถ้าเป้านิ่งคือแคลอรี่ต่ำสุด สะโพกชนะเสมอ

เทคนิคการหั่นสำคัญเท่ากับการเลือกส่วน

การหั่นขวางลายเนื้อคือหัวใจของการกินเนื้อส่วนลีนให้ไม่เหนียว ช่วยให้การลดน้ำหนักเป็นเรื่องที่สนุกและอร่อยขึ้น

คำถามในหัวข้อเดียวกัน

กินเนื้อวัวส่วนที่ไขมันน้อยจะทำให้โปรตีนน้อยลงด้วยไหม?

ไม่เลยครับ ในทางกลับกัน เนื้อส่วนที่ลีนจะมีสัดส่วนของโปรตีนต่อน้ำหนักมากกว่าเนื้อส่วนติดมันด้วยซ้ำ เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่คือกล้ามเนื้อล้วน ๆ โดยเฉลี่ยเนื้อลีน 100 กรัมจะให้โปรตีนสูงถึง 26-30 กรัม

เนื้อบดที่ขายในซูเปอร์มาร์เก็ต ส่วนใหญ่เป็นไขมันกี่เปอร์เซ็นต์?

เนื้อบดทั่วไปมักมีไขมันประมาณ 20-30% หากคุณต้องการส่วนที่ลีน ควรเลือกซื้อเนื้อก้อนส่วนสะโพกแล้วให้พนักงานบดให้ใหม่ หรือมองหาฉลากที่ระบุว่า Lean 90% หรือ Extra Lean 95% ขึ้นไป

ถ้าต้องเลือกในร้านอาหารตามสั่ง ควรเลือกเมนูอะไร?

พยายามเลี่ยงเมนูเนื้อติดมันสับ ให้สั่งเป็นเนื้อชิ้นแทน เช่น เนื้อน้ำมันหอย หรือเนื้อผัดพริกไทยดำ เพราะเนื้อชิ้นในร้านส่วนใหญ่มักเป็นเนื้อส่วนสะโพกซึ่งไขมันต่ำกว่าเนื้อสับที่มักผสมมันวัวลงไป

หมายเหตุ

  • [1] Mayoclinic - เนื้อส่วน Eye of Round มีไขมันไม่ถึง 4 กรัมต่อปริมาณ 100 กรัม
  • [2] Mayoclinic - เนื้อส่วนที่ไขมันต่ำพิเศษจะต้องมีไขมันทั้งหมดน้อยกว่า 5 กรัมและมีไขมันอิ่มตัวน้อยกว่า 2 กรัมต่อเนื้อ 100 กรัม
  • [3] Foods - สันในจะมีไขมันประมาณ 8 ถึง 10 กรัมต่อ 100 กรัม
  • [5] Cheatdaydesign - การเลือกเนื้อวัวส่วนที่ไขมันน้อยที่สุดสามารถช่วยลดพลังงานที่ได้รับต่อมื้อลงได้ประมาณ 100 ถึง 150 แคลอรี่เมื่อเทียบกับการกินเนื้อส่วนติดมันอย่าง Ribeye