ค่าตัวเหลืองเท่าไรถึงอันตราย

17 การดู

ทารกแรกเกิดอาจมีอาการตัวเหลืองได้ ระดับบิลิรูบินในเลือดเป็นตัวชี้วัดความรุนแรง หากตัวเหลืองลามลงถึงขา หรือค่าบิลิรูบินสูงเกิน 10 mg/dL ควรพบแพทย์ทันที การรักษาจะขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงและอายุของทารก การตรวจติดตามอย่างใกล้ชิดสำคัญมาก เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนทางสมอง

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

ค่าตัวเหลืองอันตรายที่ระดับไหน?

อาการตัวเหลืองในทารกแรกเกิดเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไป สีเหลืองของผิวหนังและตาเกิดจากระดับบิลิรูบินในเลือดที่สูงขึ้น บิลิรูบินเป็นสารที่เกิดจากการสลายตัวของเม็ดเลือดแดง โดยปกติร่างกายของทารกจะกำจัดบิลิรูบินได้เอง แต่บางครั้งก็อาจมีปัญหาที่ทำให้ระดับบิลิรูบินสูงผิดปกติ ระดับบิลิรูบินจึงเป็นตัวชี้วัดสำคัญในการประเมินความรุนแรงของอาการตัวเหลือง

ระดับบิลิรูบินที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอาจส่งผลต่อสุขภาพของทารกได้ โดยเฉพาะในช่วงแรกของชีวิต เนื่องจากสมองของทารกยังอยู่ในช่วงพัฒนาการ จึงมีความไวต่อผลกระทบจากระดับบิลิรูบินที่สูงเกินไป ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะสมองพิการ (Kernicterus) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรง และเป็นภัยคุกคามต่อชีวิต

อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ทุกกรณีของตัวเหลืองที่มีความรุนแรง ระดับบิลิรูบินที่สูงเกินไปนั้นต้องขึ้นอยู่กับอายุของทารก และความรุนแรงของอาการด้วย ไม่มีค่าตัวเลขเดียวที่สามารถบอกได้ชัดเจนว่าระดับบิลิรูบินสูงเกินไปอันตราย ปัจจัยสำคัญอื่นๆ เช่น การป่วยของทารก ประวัติครอบครัว และปัจจัยอื่นๆ ต้องได้รับการพิจารณาควบคู่กันไป

โดยทั่วไป หากทารกมีอาการตัวเหลืองที่ลามลงถึงขา หรือระดับบิลิรูบินเกิน 10 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร (mg/dL) ควรพบแพทย์โดยเร็วที่สุด เพราะอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความรุนแรงของอาการ แพทย์จะตรวจสอบและประเมินระดับบิลิรูบินในเลือด ตรวจสอบสาเหตุที่ทำให้ระดับบิลิรูบินสูง และวางแผนการรักษาที่เหมาะสม ซึ่งอาจรวมถึงการรักษาด้วยแสง (Phototherapy) หรือการให้น้ำเกลือ การรักษาเหล่านี้จะช่วยให้ระดับบิลิรูบินลดลงอย่างปลอดภัย

การตรวจติดตามอย่างใกล้ชิดจากแพทย์เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงแรกหลังคลอด เพื่อคอยเฝ้าสังเกตอาการ และปรับการรักษาหากจำเป็น การเฝ้าระวังอาการตัวเหลืองอย่างใกล้ชิด และการรับมือกับปัญหาอย่างทันท่วงที จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงได้ และส่งผลให้ทารกเติบโตอย่างแข็งแรง

ข้อสำคัญ: ข้อมูลนี้มีไว้เพื่อการศึกษาและให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ควรนำไปใช้ในการวินิจฉัยหรือรักษาตนเอง หากคุณหรือบุคคลที่คุณดูแลมีอาการตัวเหลือง โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและการรักษาที่ถูกต้อง