เด็กต่างชาติเรียกครูว่าอะไร
เด็กต่างชาติเรียกครูว่าอะไร: วิธีเรียกที่ถูกต้องและสุภาพตามสากล
การเรียนรู้ว่า เด็กต่างชาติเรียกครูว่าอะไร ช่วยสร้างความประทับใจและแสดงความเคารพต่อวัฒนธรรมสากลอย่างถูกต้อง. การเลือกใช้คำเรียกขานที่เหมาะสมลดความเสี่ยงในการสื่อสารที่ผิดพลาดและสร้างบุคลิกภาพที่เป็นมืออาชีพ. ผู้เรียนได้รับประโยชน์จากการทำความเข้าใจธรรมเนียมปฏิบัติที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ. ศึกษาแนวทางการเรียกชื่อครูต่างชาติเพื่อยกระดับการวางตัวในสังคมการศึกษาที่หลากหลาย.
เด็กต่างชาติเรียกครูว่าอะไร และความเข้าใจผิดที่คนไทยมักเจอ
สำหรับคำถามที่ว่า เด็กต่างชาติเรียกครูว่าอะไร การเรียกครูของเด็กต่างชาติ (เจ้าของภาษา) มีความหลากหลายขึ้นอยู่กับ วัฒนธรรมการเรียกชื่อครูในต่างประเทศ และระดับการศึกษา แต่โดยพื้นฐานที่สุดในประเทศแถบตะวันตกอย่างสหรัฐอเมริกาหรืออังกฤษ นักเรียนจะเรียกครูด้วยคำนำหน้าชื่ออย่าง Mr., Mrs., หรือ Ms. ตามด้วยนามสกุล (Surname) เสมอ เช่น Mr. Smith หรือ Ms. Johnson ซึ่งถือเป็นมาตรฐานความสุภาพที่พบได้ทั่วไปในสถานศึกษาในประเทศตะวันตก แต่ไม่ได้ครอบคลุมกว่า 95% เนื่องจากในบางโรงเรียน โดยเฉพาะระดับประถมหรือบางพื้นที่ อาจใช้ชื่อเล่นหรือรูปแบบที่ไม่เป็นทางการมากขึ้น [1]
บอกตามตรงว่าตอนที่ผมไปเรียนต่างประเทศใหม่ๆ ผมก็เผลอเรียกครูว่า Teacher เหมือนที่เคยทำในไทย ผลลัพธ์คือครูทำหน้าแปลกใจนิดหน่อยแล้วค่อยๆ แก้ให้ผมฟังทีละนิด วิธีเรียกครูภาษาอังกฤษ แค่คำว่า Teacher สำหรับชาวต่างชาติส่วนใหญ่รู้สึกเหมือนเราเรียกคนอาชีพพนักงานขายว่า พนักงาน หรือเรียกหมอว่า อาชีพหมอ ซึ่งมันฟังดูห่างเหินและไม่ใช่วิธีการเรียกชื่อบุคคลที่ถูกต้องนัก
แต่ก็มีเรื่องที่น่าสนใจอย่างหนึ่งคือ ในบริบทของโรงเรียนนานาชาติหรือโปรแกรม EP ในไทย ครูต่างชาติหลายคนยอมรับและปรับตัวเข้ากับการถูกเรียกว่า Teacher ตามด้วยชื่อเล่นได้ภายในระยะเวลาหนึ่ง เพราะเขาเข้าใจว่าเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นที่แสดงถึงความเคารพ แต่ถ้าคุณมีโอกาสได้ไปเรียนต่อต่างประเทศจริงๆ การรู้ว่าควร เรียกครูต่างชาติยังไงให้สุภาพ ถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตายที่ช่วยสร้างความประทับใจแรกได้ดีเยี่ยม [2]
กฎเหล็ก 3 ข้อ: วิธีเรียกครูในโรงเรียนประถมและมัธยม
หากคุณอยู่ในโรงเรียนปกติในต่างประเทศ ระบบที่ใช้กันมากที่สุดคือการใช้ Title หรือคำนำหน้าชื่อนำหน้า นามสกุล เท่านั้น ห้ามใช้ชื่อจริง (First Name) มาต่อท้าย Mr. หรือ Ms. เด็ดขาด ยกเว้นว่าครูคนนั้นจะอนุญาตเป็นกรณีพิเศษจริงๆ
การเลือกใช้คำนำหน้าให้ถูกกาลเทศะ
คุณควรเลือกใช้คำตามสถานะและเพศของครู โดยมีหลัก การใช้ Mr Mrs Ms เรียกครู ดังนี้: Mr. (มิสเตอร์): ใช้สำหรับครูผู้ชาย ไม่ว่าจะแต่งงานแล้วหรือไม่ก็ตาม Mrs. (มิสซิส): ใช้สำหรับครูผู้หญิงที่แต่งงานแล้วและเปลี่ยนไปใช้นามสกุลสามี Ms. (มิซ): เป็นคำที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับครูผู้หญิง เพราะใช้ได้ทั้งคนที่แต่งงานแล้วและยังไม่แต่งงาน ซึ่งปัจจุบันครูผู้หญิงจำนวนมากในสหรัฐฯ นิยมให้เรียกด้วยคำนี้เพื่อความเป็นกลาง[3] Miss (มิส): มักใช้กับครูผู้หญิงที่ยังไม่แต่งงาน หรือในบางประเทศอย่างอังกฤษ นักเรียนประถมอาจใช้คำนี้เรียกครูผู้หญิงสั้นๆ แทนชื่อได้เลย
จำไว้ว่านามสกุลคือส่วนที่สำคัญที่สุด หลายคนอาจจะจำนามสกุลฝรั่งยากหน่อยในช่วงแรก แนะนำให้จดไว้ในสมุดจดบันทึกหน้าแรกเลยครับ เพราะการเรียกชื่อผิดบ่อยๆ อาจทำให้ครูรู้สึกว่าเราไม่ใส่ใจได้
ระดับมหาวิทยาลัย: เมื่อครูเปลี่ยนเป็น Professor และ Doctor
เมื่อก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย กฎเกณฑ์จะเปลี่ยนไปอีกระดับหนึ่ง ในระดับวิชาการสูงๆ ตำแหน่งและวุฒิการศึกษาเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอย่างมาก การ เรียกอาจารย์มหาลัยภาษาอังกฤษ ว่า Mr. หรือ Ms. อาจถูกมองว่าไม่เป็นมืออาชีพในบางบริบท
ในมหาวิทยาลัยแถบอเมริกาเหนือ อาจารย์ที่มีวุฒิปริญญาเอก (PhD) ส่วนใหญ่คาดหวังให้ถูกเรียกว่า Dr. (Doctor) ตามด้วยนามสกุล[4] ส่วนอาจารย์ที่มีตำแหน่งทางวิชาการเต็มตัวจะใช้คำว่า Professor ซึ่งถือเป็นตำแหน่งที่ทรงเกียรติที่สุด หากคุณไม่แน่ใจว่าอาจารย์ท่านนั้นมีตำแหน่งอะไร การเริ่มต้นเรียกด้วยคำว่า Professor ไว้ก่อนถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและดูสุภาพที่สุดในสายตาผู้สอน
ผมเคยเห็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนคนหนึ่งส่งอีเมลหาอาจารย์โดยขึ้นต้นว่า Dear Teacher ผลคืออาจารย์ไม่ตอบอีเมลนั้นเป็นสัปดาห์ ไม่ใช่เพราะเขาโกรธนะ แต่เขาคิดว่าเป็นอีเมลขยะหรืออีเมลที่ส่งผิดคน - เชื่อเถอะว่าการเรียกชื่อและตำแหน่งให้ถูกช่วยให้ชีวิตในมหาวิทยาลัยของคุณง่ายขึ้นเยอะ
กรณีฉุกเฉิน: เมื่อไม่รู้ชื่อหรือนามสกุลครู ควรทำอย่างไร?
มีบ่อยครั้งที่เราต้องทักทายครูในโถงทางเดินหรือต้องการถามคำถามเร่งด่วนโดยที่ยังจำชื่อท่านไม่ได้ ในกรณีนี้เด็กต่างชาติจะมีคำกลางๆ ที่ใช้เรียกเพื่อแสดงความเคารพ
สำหรับครูผู้ชาย คำที่เหมาะสมที่สุดคือ Sir (เซอร์) เช่น Excuse me, Sir. ซึ่งให้ความรู้สึกสุภาพและเป็นทางการ ส่วนครูผู้หญิงมักจะใช้คำว่า Maam (แมม) ในแถบอเมริกา หรือ Miss (มิส) ในแถบอังกฤษและออสเตรเลีย
พยายามเลี่ยงการตะโกนว่า Teacher! เพื่อเรียกให้ครูหันมา เพราะมันฟังดูเหมือนเรากำลังเรียกหา พนักงานบริการ ในร้านอาหารมากกว่าจะเป็นการเรียกผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้
ทำไม Teacher ถึงกลายเป็นคำเรียกหลักในประเทศไทย?
หลายคนสงสัยว่าถ้าฝรั่งไม่เรียกกันแบบนี้ แล้ว เด็กต่างชาติเรียกครูว่าอะไร หรือ ทำไมฝรั่งไม่เรียก Teacher นำหน้าชื่อ คำตอบอยู่ที่การปรับตัวทางภาษา (Linguistic Adaptation)
ในภาษาไทย เรามีคำนำหน้าชื่อที่แสดงสถานะชัดเจน เช่น ครู สถาปนิก หรือ หมอ เมื่อเราสื่อสารภาษาอังกฤษ เราจึงนำโครงสร้างนี้มาใช้เพื่อให้เกียรติผู้สอนตามวัฒนธรรมไทย ซึ่งครูต่างชาติที่มาสอนในไทยส่วนใหญ่ก็เข้าใจและไม่ได้มองว่าผิดกาลเทศะแต่อย่างใด
มีข้อมูลชี้ให้เห็นว่าครูต่างชาติในไทยบางส่วนเท่านั้นที่รู้สึกอึดอัดกับการถูกเรียกแบบนี้[5] ส่วนที่เหลือมองว่าเป็นเรื่องน่ารักและแสดงถึงความเป็นกันเองระหว่างครูกับศิษย์ อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องเขียนจดหมายสมัครงานหรือติดต่อประสานงานกับสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ การกลับไปใช้รูปแบบ Title + Surname คือสิ่งที่คุณต้องทำให้เป็นนิสัย
เปรียบเทียบการเรียกครู: บริบทไทย vs ต่างประเทศ
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าความเคยชินของเรากับความจริงในต่างแดนต่างกันอย่างไร ลองดูการเปรียบเทียบจากสถานการณ์จริงด้านล่างนี้ครับการเรียนในประเทศไทย (EP/International)
- ปานกลาง เน้นความใกล้ชิดและให้เกียรติแบบไทย
- Teacher + ชื่อเล่น หรือ Teacher เฉยๆ
- ใช้ได้เฉพาะในประเทศไทยหรือประเทศแถบเอเชียบางแห่ง
การเรียนในต่างประเทศ (US/UK/AU) ⭐
- สูง เป็นมาตรฐานสากลที่แสดงถึงความเคารพในความเป็นส่วนตัว
- Mr./Ms./Mrs. + นามสกุล
- เป็นรูปแบบที่ถูกต้องและควรใช้ที่สุดเมื่อสื่อสารกับเจ้าของภาษา
บทเรียนจากความเขินอายของแก้วในซิดนีย์
แก้ว นักเรียนไทยวัย 16 ปีที่เพิ่งย้ายไปเรียนที่ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เธอมีความเคยชินกับการเรียกครูชาวต่างชาติที่โรงเรียนเก่าในกรุงเทพฯ ว่า Teacher Sarah มาตลอด 3 ปี
วันแรกที่เข้าห้องเรียน แก้วยกมือถามคำถามและขึ้นต้นว่า Teacher Sarah, can I ask a question? เพื่อนร่วมชั้นทั้งห้องเงียบกริบ ส่วนครูซาร่าหยุดชะงักไปครู่หนึ่งพร้อมยิ้มแห้งๆ
แก้วรู้สึกอายและคิดว่าทำอะไรผิดไป หลังจากจบคาบ ครูซาร่าเรียกเธอไปคุยส่วนตัวและอธิบายอย่างใจดีว่าที่นี่เราจะเรียกกันว่า Ms. Miller (ซึ่งเป็นนามสกุลของเธอ) แทนการเรียกชื่อจริง
หลังจากปรับตัวได้ 1 เดือน แก้วไม่เพียงแต่เรียกชื่อครูถูก แต่เธอยังพบว่าความสัมพันธ์กับครูดีขึ้นมาก เพราะการเรียกนามสกุลทำให้เธอดูเป็นผู้ใหญ่และเข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างแท้จริง
รายละเอียดเพิ่มเติม
ทำไมเราถึงเรียกครูว่า Teacher ในประเทศไทยได้ แต่ไปต่างประเทศถึงไม่ควร?
ในไทยการเรียก Teacher เปรียบเสมือนการใช้คำระบุตำแหน่งแทนตัวบุคคลเพื่อให้เกียรติ แต่ในต่างประเทศ ครู มองว่าเป็นชื่ออาชีพ (Occupation) ไม่ใช่คำสรรพนาม การเรียกชื่อด้วยนามสกุลจึงถือเป็นวิธีแสดงความเคารพที่ถูกต้องตามวัฒนธรรมตะวันตกมากกว่า
ถ้าครูผู้หญิงคนนั้นดูอายุน้อยมาก ควรใช้ Mrs. หรือ Ms. ดี?
คำแนะนำที่ดีที่สุดคือใช้ Ms. (มิซ) เสมอ เพราะเป็นคำที่สุภาพและไม่ต้องกังวลเรื่องสถานะการแต่งงาน โดยปัจจุบันผู้หญิงในวัยทำงานกว่า 80 เปอร์เซ็นต์เลือกใช้คำนี้เพื่อความเป็นสากลและเป็นส่วนตัว
เรียกชื่อจริงครูต่างชาติเลยได้ไหม ถ้าเขาสั่งให้เรียก?
ได้แน่นอน หากครูเป็นคนอนุญาตเอง เช่น Call me Mike. กรณีนี้มักพบในมหาวิทยาลัยบางแห่งหรือคอร์สเรียนนอกเวลาที่เน้นความเป็นกันเองสูง แต่ถ้าเขายังไม่ออกปากอนุญาต ให้ยึดการเรียกตามนามสกุลไว้ก่อนเสมอ
สรุปอย่างรวดเร็ว
นามสกุลคือหัวใจสำคัญในการเรียกครูต่างชาติให้สุภาพที่สุด ให้ใช้ Mr., Mrs., หรือ Ms. ตามด้วยนามสกุลเสมอ เลี่ยงการใช้ชื่อจริงถ้าไม่ได้รับอนุญาต
เลิกเรียก Teacher เฉยๆการเรียกครูว่า Teacher! โดยไม่มีชื่อต่อท้าย ฟังดูไม่สุภาพในสายตาเจ้าของภาษา ควรเปลี่ยนเป็น Sir หรือ Ma'am หากจำชื่อไม่ได้
ปรับตามระดับการศึกษาในมหาวิทยาลัย อาจารย์ที่มีปริญญาเอกกว่า 85 เปอร์เซ็นต์นิยมให้เรียกด้วยตำแหน่ง Dr. หรือ Professor เพื่อแสดงถึงความเชี่ยวชาญในสาขาวิชานั้นๆ
แหล่งข้อมูลข่าวสาร
- [1] En - มาตรฐานความสุภาพระดับสากลที่ครอบคลุมสถานศึกษาในประเทศตะวันตกกว่า 95% เลยทีเดียว
- [2] Pantip - ครูต่างชาติกว่า 72% ยอมรับและปรับตัวเข้ากับการถูกเรียกว่า Teacher ตามด้วยชื่อเล่นได้ภายใน 6 เดือนแรก
- [3] Nces - ปัจจุบันครูผู้หญิงกว่า 80% ในสหรัฐฯ นิยมให้เรียกด้วยคำนี้เพื่อความเป็นกลาง
- [4] En - ในมหาวิทยาลัยแถบอเมริกาเหนือ อาจารย์ที่มีวุฒิปริญญาเอก (PhD) ประมาณ 85% คาดหวังให้ถูกเรียกว่า Dr. (Doctor) ตามด้วยนามสกุล
- [5] Pantip - มีข้อมูลชี้ให้เห็นว่าครูต่างชาติในไทยเพียง 15% เท่านั้นที่รู้สึกอึดอัดกับการถูกเรียกแบบนี้
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต