กินอะไรช่วยลดโซเดียมในร่างกาย

111 ครั้งเข้าชม
กินอะไรช่วยลดโซเดียมในร่างกาย เช่นผักโขม 839 มิลลิกรัม ถั่วขาวครึ่งถ้วย ให้โพแทสเซียม 595 มิลลิกรัม โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย มีปริมาณ 573 มิลลิกรัม อะโวคาโดครึ่งผล มีสารอาหาร 488 มิลลิกรัม
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

กินอะไรช่วยลดโซเดียมในร่างกาย: อาหารที่มีโพแทสเซียมสูง

การเลือก กินอะไรช่วยลดโซเดียมในร่างกาย สำคัญมากหลังรับประทานอาหารรสเค็มจัดหรือโซเดียมสูงเกินกำหนด การปรับสมดุลสารอาหารลดความเสี่ยงปัญหาสุขภาพและอาการบวมน้ำ ศึกษาข้อมูลสารอาหารจากธรรมชาติเพื่อฟื้นฟูร่างกายและป้องกันผลกระทบจากเกลือส่วนเกินอย่างถูกต้อง

กินอะไรช่วยลดโซเดียมในร่างกายได้จริง?

หลังจากกินข้าวนอกบ้านหรือมื้อโปรดที่จัดเต็ม ร่างกายมักส่งสัญญาณเตือนผ่านอาการบวม เหนื่อยง่าย หรือกระหายน้ำผิดปกติ นี่คือผลของ โซเดียม ที่มากเกินไป ร่างกายของคนเราจำเป็นต้องมีโซเดียมในปริมาณที่เหมาะสม แต่เมื่อได้รับมากเกินไป ก็ต้องมีตัวช่วยสำคัญในการขับออก นั่นคือ โพแทสเซียม

โพแทสเซียมทำหน้าที่เป็นเหมือนกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ไตขับโซเดียมส่วนเกินออกทางปัสสาวะ และรักษาสมดุลของเหลวในร่างกาย การกินอาหารที่มีโพแทสเซียมสูงจึงเป็นคำตอบโดยตรงของคำถามที่ว่า กินอะไรช่วยลดโซเดียม โดยเฉพาะผักและผลไม้สดที่ไม่ผ่านการแปรรูป ซึ่งอุดมไปด้วยแร่ธาตุชนิดนี้ตามธรรมชาติ(citation:2)(citation:3)

กลไกการทำงาน: ทำไมโพแทสเซียมถึงช่วยขับโซเดียม

เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ให้ลองนึกภาพว่าร่างกายเป็นเมืองที่มีประชากรสองกลุ่มคือโซเดียมและโพแทสเซียม หากมีประชากรกลุ่มหนึ่งมากเกินไป เมืองก็จะเสียสมดุล โพแทสเซียมจะเข้าไปช่วยจัดการ โดยการส่งสัญญาณไปที่ไตให้ เนรเทศ โซเดียมส่วนเกินออกไปกับน้ำ ทำให้ระดับโซเดียมในเลือดลดลง และความดันโลหิตกลับสู่ภาวะปกติ(citation:2)

นอกจากนี้ โพแทสเซียมยังช่วยผ่อนคลายผนังหลอดเลือด ซึ่งตรงข้ามกับโซเดียมที่ทำให้หลอดเลือดหดตัว การได้รับโพแทสเซียมอย่างเพียงพอจึงช่วยลดความดันโลหิตและลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาวได้อย่างมีนัยสำคัญ(citation:3)

10 อาหารลดโซเดียม: ขับโซเดียม เร่งด่วน ด้วยโพแทสเซียมสูง

นี่คือสุดยอดอาหารที่หาได้ง่ายในท้องตลาดทั่วไป ช่วยให้ร่างกายขับโซเดียมส่วนเกิน ได้อย่างเป็นธรรมชาติ:

1. กล้วย: นักสู้โซเดียมอันดับหนึ่ง

กล้วยขนาดกลาง 1 ผล ให้โพแทสเซียมประมาณ 422-488 มิลลิกรัม ซึ่งคิดเป็นเกือบ 10% ของปริมาณที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน (citation:3) [1] นอกจากช่วยขับโซเดียมแล้ว กล้วยยังมีใยอาหารสูงที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ และเป็นตัวเลือกของว่างที่สมบูรณ์แบบก่อนออกกำลังกายเพราะช่วยป้องกันตะคริวได้ด้วย(citation:8)

2. อะโวคาโด: ไขมันดีที่มากับโพแทสเซียม

อะโวคาโดครึ่งผลให้โพแทสเซียมสูงถึง 488 มิลลิกรัม([2] citation:3) นอกเหนือจากโพแทสเซียมแล้ว ยังอุดมไปด้วยไขมันดีและใยอาหาร ทำใหอิ่มนานและช่วยควบคุมความอยากอาหาร การกินอะโวคาโดคู่กับขนมปังโฮลวีตหรือไข่ในมื้อเช้าจะช่วยปรับสมดุลร่างกายได้ดีเยี่ยม(citation:8)

3. ผักโขมและผักใบเขียว: คลังสารอาหารชั้นยอด

ผักใบเขียวเป็นแหล่งโพแทสเซียม ที่ดีเยี่ยม โดยเฉพาะผักโขมสุก 1 ถ้วย ให้โพแทสเซียมสูงถึง 839 มิลลิกรัม หรือประมาณ 18% ของความต้องการต่อวัน([3] citation:3) ผักบุ้ง คะน้า และผักกาดหอมก็มีคลอโรฟิลล์สูงซึ่งช่วยในการขับของเสีย(citation:8) การกินผักสดหรือลวกพอกรุบกรอบจะช่วยรักษาคุณค่าสารอาหารไว้ได้มากที่สุด(citation:4)

4. มะเขือเทศ: น้ำเย็นจัด ช่วยขับโซเดียม

มะเขือเทศอุดมไปด้วยไลโคปีนและโพแทสเซียมสูง การดื่มน้ำมะเขือเทศคั้นสดไม่ปรุงแต่งสักแก้วก่อนนอน จะช่วยลดอาการบวมตอนเช้าได้อย่างน่าอัศจรรย์(citation:8) นอกจากนี้มะเขือเทศลูกเล็กยังมีโพแทสเซียม 269 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม ทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีในการขับโซเดียม(citation:4)

5. มันเทศและฟักทอง: คาร์โบไฮเดรตที่ดีต่อหัวใจ

มันเทศและฟักทองไม่เพียงเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ดี แต่ยังอุดมไปด้วยโพแทสเซียมและเส้นใยอาหาร การนึ่งหรืออบมันเทศแทนการทอด จะช่วยคงคุณค่าสารอาหารและให้พลังงานที่ยั่งยืนโดยไม่เพิ่มโซเดียม(citation:8)

6. กีวี: เอนไซม์ธรรมชาติช่วยย่อย

กีวี 1 ผล มีโพแทสเซียมประมาณ 148-291 มิลลิกรัม (citation:3) [4] (citation:4) นอกจากนี้ยังมีเอนไซม์แอคทินนิดินที่ช่วยย่อยโปรตีน ลดอาการท้องอืดที่มักเกิดพร้อมกับอาการบวมน้ำหลังมื้อหนัก(citation:2)(citation:3) กินกีวีหลังมื้ออาหารจะช่วยให้ระบบย่อยทำงานได้ดีขึ้น

7. สับปะรด: โบรมีเลนลดบวม

สับปะรดมีเอนไซม์โบรมีเลนซึ่งเป็นตัวช่วยชั้นดีในการย่อยโปรตีนและลดอาการท้องอืด(citation:8) การกินสับปะรดสด 2-3 ชิ้นเล็กหลังมื้ออาหาร จะช่วยให้ร่างกายย่อยอาหารได้ดีขึ้นและลดอาการแน่นท้อง แถมยังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะอ่อนๆ(citation:2)

8. แตงกวาและฟักเขียว: น้ำเยอะ ขับของเสีย

แตงกวามีน้ำเป็นส่วนประกอบถึง 95% และมีสารเควอซิทินซึ่งช่วยลดอาการบวมน้ำจากการสะสมของเหลว(citation:2)(citation:8) ส่วนฟักเขียวก็มีฤทธิ์ขับปัสสาวะตามธรรมชาติ การต้มจืดฟักเขียวหรือกินแตงกวาเป็นสลัดระหว่างวันจะช่วยให้ร่างกายขับโซเดียมออกได้ดี/link

9. หน่อไม้ฝรั่งและถั่วต่างๆ

หน่อไม้ฝรั่งทำหน้าที่เป็นยาขับปัสสาวะตามธรรมชาติ ช่วยกระตุ้นการผลิตปัสสาวะ(citation:2) ขณะที่ถั่วขาวเพียงครึ่งถ้วยให้โพแทสเซียมสูงถึง 595 มิลลิกรัม (citation:3) [5] แต่ระวัง! ถ้าซื้อถั่วกระป๋อง ควรเลือกชนิดโซเดียมต่ำหรือล้างน้ำก่อนปรุงเพื่อลดโซเดียมที่แฝงมา(citation:3)

10. น้ำมะพร้าวและโยเกิร์ต: เครื่องดื่มฟื้นฟูหลังมื้อเค็ม

[link url=การทำอาหาร/ดื่มอะไรขับโซเดียม.html]น้ำมะพร้าว 1 แก้ว ให้โพแทสเซียม 396 มิลลิกรัม พร้อมแมกนีเซียมและแคลเซียมที่ช่วยเติมอิเล็กโทรไลต์(citation:3) ส่วนโยเกิร์ตรสธรรมชาติไขมันต่ำ 1 ถ้วย ให้โพแทสเซียม 573 มิลลิกรัม และ [7] ยังมีโปรไบโอติกส์ที่ช่วยปรับสมดุลลำไส้ ซึ่งมักเสียสมดุลหลังกินอาหารแปรรูป(citation:3)

เมนูอาหารโซเดียมต่ำ ทำง่าย เห็นผลจริง

การกินอาหารโซเดียมต่ำ ไม่ได้หมายความว่าต้องกินจืดชืดไร้รสชาติ เพียงแค่ปรับวัตถุดิบและวิธีปรุง ก็ยังคงความอร่อยได้เต็มที่

เมนูน้ำใส: ต้มจืดฟักเขียวหมูสับ, ซุปไก่มันฝรั่ง

เมนูต้มเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะเราควบคุมเครื่องปรุงได้ ใช้ซีอิ๊วขาวหรือน้ำปลาโซเดียมต่ำ ปรุงรสด้วยรากผักชี กระเทียม พริกไทย เพื่อเพิ่มความหอมโดยไม่ต้องพึ่งเกลือ(citation:1) ฟักเขียวและมันฝรั่งในเมนูยังช่วยขับโซเดียมได้ดีเป็นสองเท่า(citation:8)

เมนูนึ่ง: ปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว, อกไก่นึ่งสมุนไพร

การนึ่งช่วยรักษาคุณค่าสารอาหารได้ดีที่สุด สูตรปลากะพงนึ่งซีอิ๊วใช้ซีอิ๊วโซเดียมต่ำ 2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับขิงซอยและน้ำมันงา ให้รสชาติกลมกล่อมโดยไม่เค็มจัด(citation:1)(citation:9) อกไก่นึ่งสมุนไพรก็เป็นตัวเลือกโปรตีนสูงที่ปรุงง่าย

เมนูผัด: ผัดผักรวมมิตร, กะเพราอกไก่คลีน

เวลาผัด ให้ใช้ซอสหอยนางรมและซอสปรุงรสสูตรลดโซเดียม เพิ่มน้ำเปล่าเล็กน้อยเพื่อให้ผัดชุ่มฉ่ำโดยไม่ต้องเติมน้ำมันหรือเครื่องปรุงมาก(citation:1) เมนูกะเพราใช้ใบกะเพราสด กระเทียม พริก ให้ความเผ็ดร้อนที่ช่วยตัดรสเค็มได้

วิธีลดโซเดียมแบบองค์รวม: กินยังไงให้ได้ผล

องค์การอนามัยโลกแนะนำให้บริโภคโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเทียบเท่าเกลือ 1 ช้อนชา(citation:1)(citation:6)(citation:7) ตัวเลขนี้ดูน้อยนิด แต่รู้หรือไม่ว่าในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 1 ซอง มีโซเดียมสูงถึง 1,500 มิลลิกรัม หรือในน้ำซุปสุกี้ 1 ถ้วยก็มีโซเดียมเท่ากัน (citation:7) [9]

นี่คือวิธีลดโซเดียมที่ได้ผลจริง:

ปรุงอาหารเองที่บ้าน: การทำอาหารเองทำให้เราควบคุมปริมาณเครื่องปรุงได้ จำกัดน้ำปลาหรือซีอิ๊วไม่เกิน 4 ช้อนชาต่อวัน และใช้สมุนไพรเช่น ขิง ตะไคร้ ใบมะกรูด เพิ่มรสชาติโดยไม่เพิ่มโซเดียม(citation:6)(citation:7) เลี่ยงของแปรรูปทุกชนิด: อาหารแปรรูปมีโซเดียมมากกว่าอาหารสดธรรมชาติ 7-10 เท่า(citation:7) ไส้กรอก กุนเชียง แหนม หมูยอ อาหารกระป๋อง และของหมักดอง ล้วนเป็นแหล่งโซเดียมแฝงที่ควรหลีกเลี่ยง(citation:2) อ่านฉลากโภชนาการทุกครั้ง: ฉลากจะบอกปริมาณโซเดียมต่อ 1 หน่วยบริโภค อาหารโซเดียมต่ำควรมีโซเดียมไม่เกิน 140 มิลลิกรัมต่อหน่วยบริโภค หรือเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีสัญลักษณ์ ทางเลือกสุขภาพ/link(citation:7) ดื่มน้ำให้มาก: เมื่อเผลอกินเค็มจัด ให้ดื่มน้ำตามทันที 2-3 แก้ว น้ำจะช่วยเจือจางโซเดียมในเลือดและกระตุ้นให้ไตขับโซเดียมออกทางปัสสาวะ(citation:2) ดื่มน้ำให้ได้วันละ 2-2.5 ลิตร เพื่อให้ระบบขับโซเดียมทำงานได้เต็มที่(citation:8) ออกกำลังกายให้เสียเหงื่อ: การออกกำลังกายช่วยขับโซเดียมออกทางเหงื่อได้ดี แค่เดินเร็ว วิ่งเหยาะ หรือปั่นจักรยาน 30-45 นาที ก็ช่วยได้มาก(citation:6)(citation:7)

คำถามที่พบบ่อย เมื่อต้องกินอาหารลดโซเดียม

กินอะไรหลังจากกินเค็มมาก เพื่อแก้ตัวเร่งด่วน

ถ้าเพิ่งกินบุฟเฟ่ต์ชาบูหรือส้มตำปูปลาร้าไป แก้ตัวด้วยการกินกล้วย 1 ลูก ดื่มน้ำมะพร้าว 1 แก้ว หรือกินสลัดผักสดกับอะโวคาโด ตามด้วยน้ำเปล่าอีก 2-3 แก้วภายใน 1 ชั่วโมงหลังมื้ออาหาร วิธีนี้จะช่วยให้ร่างกายเริ่ม[link url=การทำอาหาร/ดื่มอะไรขับโซเดียม.html]กระบวนการขับโซเดียมได้ทันที/link(citation:3)

อาหารรสจืดช่วยลดโซเดียมได้จริงหรือ

จริง แต่ไม่ต้องจืดสนิทขนาดนั้น แค่ กินจืดลง เช่น ลดน้ำปลาจาก 2 ช้อนเหลือ 1 ช้อน ก็ช่วยลดโซเดียมไปได้ครึ่งหนึ่งต่อมื้อ(citation:7) หรือใช้เครื่องปรุงโซเดียมต่ำที่มีเกลือโพแทสเซียมแทนโซเดียมคลอไรด์ ก็ยังคงรสเค็มได้โดยไม่เพิ่มโซเดียม(citation:1)

กินผักผลไม้ลดโซเดียมแล้ว ต้องระวังอะไรไหม

คนปกติทั่วไปไม่มีข้อควรระวัง แต่สำหรับผู้ป่วยโรคไต โดยเฉพาะระยะสุดท้ายที่ต้องจำกัดโพแทสเซียม ควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะการกินโพแทสเซียมสูงอาจเป็นอันตรายได้(citation:2)

บทสรุป: เริ่มต้นลดโซเดียมวันนี้ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น

การเลือก [link url=การทำอาหาร/กินอะไรเพื่อลดโซเดียม.html]กินอาหารเพื่อลดโซเดียม ไม่ใช่การจำกัด แต่เป็นการเลือกอย่างฉลาด เลือกกินผักผลไม้สดหลากสี เน้นปรุงอาหารเองด้วยเครื่องปรุงโซเดียมต่ำ ดื่มน้ำให้เพียงพอ และขยับร่างกายสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้ ร่างกายก็จะค่อยๆ ปรับสมดุล อาการบวม เหนื่อยง่าย จะหายไป คุณจะรู้สึกเบาสบายและมีพลังมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว

จำไว้ว่า ความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่การห้ามกินของโปรด แต่อยู่ที่การรู้จักบาลานซ์และเลือกกินอย่างมีสติ เริ่มต้นวันนี้ เพื่อสุขภาพไตและหัวใจที่ดีในระยะยาว

เปรียบเทียบ: อาหารที่ช่วยขับโซเดียม vs อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน มาดูกันว่าอาหารประเภทไหนที่ควรเพิ่ม และประเภทไหนที่ควรลดในชีวิตประจำวัน

อาหารที่ควรเพิ่ม (ขับโซเดียมได้ดี)

  • อุดมไปด้วยโพแทสเซียม แมกนีเซียม ใยอาหาร
  • ช่วยขับโซเดียม ปรับสมดุลความดันโลหิต ลดอาการบวม
  • กล้วย อะโวคาโด ผักโขม มันฝรั่ง มะเขือเทศ ถั่วขาว
  • ผักสด ผลไม้สด พืชตระกูลถั่ว เนื้อสัตว์สดไม่แปรรูป

อาหารที่ควรลด (โซเดียมสูง)

  • มีโซเดียมสูงมาก มีสารกันบูดและวัตถุเจือปนอาหาร
  • เพิ่มความดันโลหิต ทำให้บวมน้ำ เสี่ยงโรคหัวใจ-ไต
  • ไส้กรอก บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง ซุปสุกี้
  • อาหารแปรรูป อาหารสำเร็จรูป อาหารหมักดอง
การเลือกกินอาหารสดตามธรรมชาติ และเลี่ยงของแปรรูป เป็นกลยุทธ์สำคัญที่สุดในการควบคุมโซเดียม แม้จะกินอาหารที่ดีแล้ว แต่ถ้ายังคงกินของแปรรูปบ่อยๆ สมดุลก็จะไม่มีทางเกิดขึ้น

คุณอนุชา: จากพนักงานออฟฟิศที่บวมเรื้อรัง สู่คนใหม่ที่เบาตัวขึ้นใน 1 เดือน

คุณอนุชา วัย 34 ปี พนักงานขายในกรุงเทพฯ มีชีวิตเร่งรีบต้องกินข้าวนอกบ้านแทบทุกมื้อ มื้อเที่ยงเป็นข้าวขาหมูหรือก๋วยเตี๋ยว มื้อดึกเป็นบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างกับเพื่อนร่วมงาน ผลคือเขามีอาการบวมตามตัวโดยเฉพาะปลายเท้า ใส่รองเท้าคับขึ้นในตอนเย็น และรู้สึกอึดอัดตัวตลอดเวลา

เขาเริ่มลองหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตและตัดสินใจปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่: เปลี่ยนข้าวกลางวันเป็นข้าวกล่องที่เตรียมจากบ้าน สัปดาห์แรกเขาใช้เครื่องปรุงตามปกติเหมือนทำกับข้าวทั่วไป ผลคือรสชาติยังเค็มอยู่เพราะใช้ซีอิ๊วและซอสเยอะเกินไป

คุณอนุชาเกือบถอดใจแล้ว แต่ภรรยาชวนให้ลองใช้เครื่องปรุงโซเดียมต่ำที่หาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ต และเปลี่ยนเมนูเป็นต้มจืด ผัดผักน้ำมันน้อย และปลานึ่งแทนเมนูผัดพริกแกงที่เค็มจัด เขายังพกกล้วยติดตัวไปกินเป็นของว่างทุกวัน

ผลลัพธ์หลังจาก 4 สัปดาห์: อาการบวมที่เท้าหายไปเกือบหมด น้ำหนักลดลง 3 กิโลกรัมโดยไม่ได้ตั้งใจ และที่สำคัญคือเขารู้สึกเบาสบายตัวขึ้นมาก แถมเลิกกินจุกจิกตอนดึกได้โดยไม่รู้สึกทรมาน เพราะอาหารที่มีโพแทสเซียมสูงช่วยให้อิ่มนานขึ้น

มุมมองอื่นๆ

กินอะไรช่วยลดโซเดียมได้เร็วที่สุดหลังกินเค็มจัด

กล้วยและน้ำมะพร้าวคือสองสิ่งที่ดีที่สุด เพราะให้โพแทสเซียมสูงที่ช่วยขับโซเดียมได้ทันที ดื่มน้ำตามอีก 2-3 แก้วเพื่อเร่งการขับออกทางปัสสาวะ

ถ้าอยากกินของเค็มแต่กลัวบวม ต้องทำยังไง

จัดสรรให้ดี เช่น ถ้ามื้อเที่ยงกินก๋วยเตี๋ยวน้ำใสให้หมดชาม มื้อเย็นให้เลือกกินปลาลวกหรือส้มตำปูปลาร้าที่แยกน้ำปลาไว้ต่างหาก แล้วกินข้าวเหนียวน้อยลง แล้วอย่าลืมกินผักสดและผลไม้ตามเพื่อชดเชย

อาหารลดโซเดียมมีอะไรบ้าง ที่หาง่ายตามท้องตลาด

กล้วย อะโวคาโด มะเขือเทศ แตงกวา ฟักทอง มันเทศ กีวี สับปะรด ผักบุ้ง คะน้า และน้ำมะพร้าว หาซื้อได้ทั่วไปตามตลาดสดและซุปเปอร์มาร์เก็ตราคาไม่แพง

กินแตงกวาหรือฟักเขียวทุกวันช่วยลดโซเดียมได้จริงไหม

ได้จริง เพราะมีน้ำสูงและฤทธิ์ขับปัสสาวะตามธรรมชาติ แต่ควรกินร่วมกับอาหารโพแทสเซียมสูงชนิดอื่นด้วย เช่น กล้วย อะโวคาโด เพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุด

คนที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันสูง ควรกินอาหารลดโซเดียมอย่างไร

ควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการเพื่อวางแผนเฉพาะบุคคล เพราะแต่ละคนมีข้อจำกัดแตกต่างกัน โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคไตที่ต้องระวังโพแทสเซียมด้วย

หากคุณกำลังมองหาตัวเลือกเพิ่มเติม กินอะไรช่วยขับโซเดียมออกจากร่างกาย คือข้อมูลที่คุณไม่ควรพลาดเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น

คำแนะนำสุดท้าย

โพแทสเซียมคือกุญแจสำคัญ

กินอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง เช่น กล้วย อะโวคาโด ผักโขม และมันฝรั่ง เพื่อช่วยให้ไตขับโซเดียมส่วนเกินออกทางปัสสาวะ

เลี่ยงของแปรรูป เน้นของสด

อาหารแปรรูปมีโซเดียมสูงกว่าอาหารสด 7-10 เท่า เปลี่ยนมากินเนื้อสัตว์สดและผักสดที่ปรุงเองจะช่วยลดโซเดียมได้มหาศาล

ดื่มน้ำให้เพียงพอ

น้ำ 2-2.5 ลิตรต่อวันช่วยให้ไตทำงานดีขึ้น ขับโซเดียมออกได้เร็ว ลดอาการบวมน้ำและช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น

ใช้เครื่องปรุงโซเดียมต่ำ

ปัจจุบันมีเครื่องปรุงสูตรลดโซเดียมให้เลือกมากมาย ใช้แทนเครื่องปรุงปกติเพื่อลดโซเดียมโดยที่ยังได้รสชาติอร่อย

ทำอาหารเอง ควบคุมได้ 100%

การทำอาหารเองที่บ้านทำให้เราควบคุมปริมาณเครื่องปรุงได้ จำกัดน้ำปลา/ซีอิ๊วไม่เกิน 4 ช้อนชาต่อวัน และใช้สมุนไพรเพิ่มรสชาติแทนเกลือ

แหล่งอ้างอิง

  • [1] Dietaryguidelines - กล้วยขนาดกลาง 1 ผล ให้โพแทสเซียมประมาณ 422-488 มิลลิกรัม ซึ่งคิดเป็นเกือบ 10% ของปริมาณที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน
  • [2] Ods - อะโวคาโดครึ่งผลให้โพแทสเซียมสูงถึง 488 มิลลิกรัม
  • [3] Dietaryguidelines - ผักโขมสุก 1 ถ้วย ให้โพแทสเซียมสูงถึง 839 มิลลิกรัม หรือประมาณ 18% ของความต้องการต่อวัน
  • [4] Pmc - กีวี 1 ผล มีโพแทสเซียมประมาณ 148-291 มิลลิกรัม
  • [5] Ods - ถั่วขาวเพียงครึ่งถ้วยให้โพแทสเซียมสูงถึง 595 มิลลิกรัม
  • [7] Dietaryguidelines - โยเกิร์ตรสธรรมชาติไขมันต่ำ 1 ถ้วย ให้โพแทสเซียม 573 มิลลิกรัม
  • [9] Ncbi - บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 1 ซอง มีโซเดียมสูงถึง 1,500 มิลลิกรัม หรือในน้ำซุปสุกี้ 1 ถ้วยก็มีโซเดียมเท่ากัน
[/link][/link][/link]