ปลาแมคเคอเรล มีพิวรีนไหม

53 ครั้งเข้าชม
ปลาแมคเคอเรล มีพิวรีนไหม ความจริงคือมีพิวรีนประมาณ 150–200 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม. ปริมาณนี้ครอบคลุมทั้งปลาทูและปลาซาบะซึ่งอยู่ในตระกูลเดียวกัน. ผู้ป่วยโรคเกาต์ระยะเฉียบพลันงดบริโภคจนกว่าระดับกรดยูริกต่ำกว่า 6 มก./ดล. ตามข้อมูลยืนยัน.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ปลาแมคเคอเรล มีพิวรีนไหม: มี 150-200 มก. ต่อ 100 กรัม

ทำความเข้าใจเรื่อง ปลาแมคเคอเรล มีพิวรีนไหม เพื่อการดูแลสุขภาพที่ถูกต้องและป้องกันอาการปวดข้อรุนแรง. การเลือกชนิดปลาและการเตรียมอาหารอย่างเหมาะสมส่งผลให้ความเสี่ยงจากการสะสมกรดยูริกในร่างกายลดลง. ศึกษาข้อมูลการบริโภคที่ปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยโรคข้อเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว.

ปลาแมคเคอเรลมีพิวรีนสูงแค่ไหน?

ใช่ ปลาแมคเคอเรลจัดเป็นปลาทะเลที่มีพิวรีนสูง โดยปริมาณพิวรีนในเนื้อปลาสดอยู่ที่ประมาณ 150–200 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม ซึ่งเกินเกณฑ์ที่กำหนดว่าอาหารที่มีพิวรีนสูงคือมากกว่า 150 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม พิวรีนเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะถูกเปลี่ยนเป็นกรดยูริก หากขับออกไม่ทันก็จะสะสมในข้อต่อ กลายเป็นผลึกที่ทำให้เกิดอาการปวด บวม แดง และร้อน – นั่นคืออาการของโรคเกาต์นั่นเอง

คนที่มีระดับกรดยูริกปกติอาจกินปลาแมคเคอเรลได้เป็นครั้งคราว แต่สำหรับผู้ป่วยโรคเกาต์หรือผู้ที่มีกรดยูริกสูงอยู่แล้ว การกินปลาชนิดนี้เสี่ยงต่อการกระตุ้นให้อาการกำเริบ โดยเฉพาะถ้ากินปริมาณมากหรือกินบ่อย ๆ เพราะกรดยูริกจะพุ่งสูงขึ้นภายใน 4–6 ชั่วโมงหลังมื้ออาหารที่มีพิวรีนสูง

ปลาทู ปลาซาบะ คือปลาแมคเคอเรลหรือไม่? ต่างกันยังไง

หลายคนสับสนระหว่างปลาทู ปลาซาบะ และปลาแมคเคอเรล ความจริงแล้วปลาทู (Indian mackerel) และปลาซาบะ (Chub mackerel) ก็คือปลาในตระกูลแมคเคอเรลนั่นเอง พวกมันมีปริมาณพิวรีนใกล้เคียงกัน – ประมาณ 150–200 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม[2] เช่นกัน ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นปลาทูทอด ปลาซาบะย่าง หรือปลาแมคเคอเรลสด ระดับความเสี่ยงต่อกรดยูริกก็อยู่ในกลุ่มเดียวกัน

ข้อแตกต่างหลักคือความสดและกรรมวิธีการปรุง ปลาทูมักขายสดหรือแช่เย็น ส่วนปลาซาบะที่นิยมในร้านอาหารญี่ปุ่นมักเป็นปลาแช่แข็งหรือรมควัน ซึ่งปริมาณพิวรีนไม่ลดลง แต่โซเดียมอาจสูงขึ้นหากผ่านกระบวนการหมักเกลือ ดังนั้นจึงควรระวังเป็นพิเศษ

วิธีปรุงปลาแมคเคอเรลให้ปลอดภัยสำหรับคนเป็นเกาต์

ถ้าอยากกินปลาแมคเคอเรลโดยลดความเสี่ยงต่อการกำเริบของเกาต์ ให้เลือกวิธีปรุงและปริมาณอย่างระมัดระวัง: เลือกปลาสด – หลีกเลี่ยงปลากระป๋อง ปลาหมักเค็ม หรือปลาแปรรูป เพราะมักมีโซเดียมและสารกันเสียสูง ยิ่งเพิ่มภาระให้ไต ต้มหรือนึ่ง – พิวรีนละลายน้ำได้ การต้มหรือนึ่งช่วยลดปริมาณพิวรีนในเนื้อปลาได้ แต่ห้ามซดน้ำซุปเด็ดขาด เพราะน้ำซุปเข้มข้นไปด้วยพิวรีน ทอดหรือผัดระวัง – การทอดน้ำมันมากจะกักพิวรีนไว้ในเนื้อปลา ทำให้ได้พิวรีนเต็ม ๆ ยิ่งถ้าใช้ปลาเค็มหรือปลากระป๋องทอดก็ยิ่งอันตราย จำกัดปริมาณ – ไม่ควรกินเกิน ½ ตัวต่อมื้อ และไม่ควรกินบ่อยกว่า 1–2 ครั้งต่อเดือน ถ้าระดับกรดยูริกยังควบคุมไม่ได้ควรงดชั่วคราว [3]

นอกจากนี้ควรดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อย 2–3 ลิตรต่อวันเพื่อช่วยขับกรดยูริก และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยเฉพาะเบียร์ เพราะแอลกอฮอล์ขัดขวางการขับกรดยูริกทางไต ทำให้ผลเสียทวีคูณ

ทางเลือกปลาพิวรีนต่ำที่ยังอุดมด้วยโอเมก้า 3

กังวลว่าถ้างดปลาแมคเคอเรลจะขาดโอเมก้า 3 หรือไม่? มีปลาทะเลชนิดอื่นที่ให้โอเมก้า 3 สูงแต่พิวรีนต่ำกว่ามาก: ปลาแซลมอน – พิวรีนประมาณ 100–170 มก./100 กรัม จัดอยู่ในกลุ่มปานกลาง [4] กินได้ 2–3 ครั้ง/สัปดาห์ หากปรุงโดยไม่ทอด ปลากะพงขาว – พิวรีนต่ำ (<100 มก./100 กรัม) เหมาะสำหรับคนที่ต้องควบคุมกรดยูริกเคร่งครัด ปลาช่อน – พิวรีนต่ำเช่นกัน ให้โปรตีนสูง แต่โอเมก้า 3 น้อยกว่าแซลมอน ส่วนปลาซาร์ดีน ปลาไส้ตัน และปลาเฮร์ริง มีพิวรีนสูงพอ ๆ กับปลาแมคเคอเรล ควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน

สรุป: กินปลาแมคเคอเรลได้ไหมถ้าเป็นเกาต์?

กินได้ แต่ต้องมีเงื่อนไข: เลือกปลาสด ต้มหรือนึ่ง ทิ้งน้ำซุป ไม่กินบ่อย และควบคุมปริมาณ คนที่เป็นเกาต์ระยะเฉียบพลัน (มีอาการปวดข้อ) ควรงดไปก่อนจนกว่าอาการสงบ ระดับกรดยูริกลดลงต่ำกว่า 6 มก./ดล. ส่วนผู้ที่สามารถควบคุมระดับกรดยูริกได้ดีด้วยยาและอาหาร อาจกินปลาแมคเคอเรลแบบปลอดภัยเป็นครั้งคราวได้ [5]

ที่สำคัญที่สุดคือการปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการ เพราะแต่ละคนตอบสนองต่ออาหารต่างกัน การจดบันทึกอาหารและวัดระดับกรดยูริกเป็นระยะจะช่วยให้รู้ขีดจำกัดของตัวเองดีที่สุด

เปรียบเทียบปริมาณพิวรีนและความเสี่ยงในปลาแมคเคอเรลแบบต่าง ๆ

ปลาแมคเคอเรลที่เรากินมีหลายรูปแบบ ทั้งสด กระป๋อง และแปรรูป ความเสี่ยงต่อกรดยูริกแตกต่างกันชัดเจน

ปลาแมคเคอเรลสด (ต้ม/นึ่ง)

• ปานกลางถึงสูง หากกินปริมาณมากหรือกินน้ำซุป

• ~150–200 มก./100 กรัม (สูง) แต่การต้ม/นึ่งช่วยลดได้ ~20–30%

• ต่ำ (ตามธรรมชาติ)

• กินได้ครั้งละครึ่งตัว ปรุงโดยต้ม/นึ่ง ไม่ซดน้ำ

ปลาแมคเคอเรลกระป๋อง (น้ำมัน/น้ำเกลือ)

• สูงมาก ทั้งจากพิวรีนและโซเดียมที่เพิ่มภาระไต

• สูงใกล้เคียงปลาสด แต่พิวรีนไม่ลดลงเพราะไม่มีการชะละลาย

• สูงมาก (~400–600 มก./100 กรัม)

• ควรหลีกเลี่ยงโดยเฉพาะถ้าเป็นเกาต์หรือความดันสูง

ปลาแซลมอนสด (นึ่ง/ย่าง)

• ต่ำถึงปานกลาง กินได้สัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง

• ปานกลาง (~100–120 มก./100 กรัม)

• ต่ำ (ตามธรรมชาติ)

• ทางเลือกที่ดี ได้โอเมก้า 3 สูง เสี่ยงน้อย

ปลาแมคเคอเรลสดที่ปรุงด้วยการต้มหรือนึ่งและงดน้ำซุป มีความเสี่ยงปานกลางและกินได้เป็นครั้งคราว แต่ปลากระป๋องเสี่ยงสูงมากควรเลี่ยง ส่วนปลาแซลมอนเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยและให้โอเมก้า 3 พอ ๆ กัน
หากคุณต้องการดูแลสุขภาพข้อต่ออย่างระมัดระวัง ลองอ่านเพิ่มเติมว่า อาหารที่มีพิวรีนสูงมีอะไรบ้าง เพื่อหลีกเลี่ยงอาหารที่อาจกระตุ้นอาการ

คุณสมชายกับปลาทูทอด: บทเรียนจากอาการบวมเข่า

สมชาย วัย 48 ปี ชาวเชียงใหม่ เป็นโรคเกาต์มานาน 5 ปี แต่ยังไม่เคยจริงจังกับอาหาร หลังกินข้าวกับปลาทูทอดน้ำปลา 3 ตัวในมื้อเย็น วันรุ่งขึ้นข้อเข่าบวมแดงจนเดินแทบไม่ไหว ความเจ็บปวดทำให้เขาต้องลางาน 3 วัน

เขาคิดว่าปลาทูทอดน่าจะกินได้เพราะไม่ใช่เครื่องในสัตว์ แต่ความจริงคือปลาทูก็มีพิวรีนสูง เมื่อทอดน้ำมันยิ่งกักเก็บพิวรีนไว้ในเนื้อปลาเต็ม ๆ

หลังจากปรึกษาแพทย์และนักโภชนาการ เขาปรับวิธี: เปลี่ยนเป็นปลาแซลมอนนึ่ง ควบคู่กับการต้มปลาทูในน้ำแล้วทิ้งน้ำซุป กินแค่ครึ่งตัวต่อมื้อและไม่กินบ่อย

3 เดือนต่อมา ระดับกรดยูริกลดจาก 8.2 มก./ดล. เหลือ 5.8 มก./ดล. เขาบอกว่ายังกินปลาทูได้ แต่ต้องทำถูกวิธี และตอนนี้ไม่กล้ากินปลาทูทอดน้ำปลาอีกเลย

คำถามเสริม

กินปลาแมคเคอเรลกระป๋องแล้วจะเป็นเกาต์ทันทีไหม?

ไม่ถึงกับทันที แต่ปลากระป๋องมีพิวรีนสูงมากและโซเดียมสูง ซึ่งยิ่งเพิ่มภาระให้ไตขับกรดยูริก หากกินบ่อยหรือกินครั้งละมาก โอกาสกำเริบจะสูงขึ้นอย่างชัดเจน

ต้มปลาทูแล้วทิ้งน้ำซุป พิวรีนลดได้จริงหรือ?

จริง เพราะพิวรีนละลายน้ำได้ การต้มจะชะพิวรีนบางส่วนลงในน้ำซุป ดังนั้นการทิ้งน้ำซุปและกินเฉพาะเนื้อปลาจึงช่วยลดปริมาณพิวรีนที่ร่างกายได้รับลงได้ประมาณ 20–30%

ปลาซาบะย่างที่ร้านอาหาร ปลอดภัยไหม?

ขึ้นอยู่กับกรรมวิธี ถ้าเป็นปลาซาบะสดย่างแบบไม่หมักเกลือ ก็มีความเสี่ยงพอ ๆ กับปลาแมคเคอเรลสด แต่ถ้าเป็นปลาซาบะรมควันหรือหมักเค็ม จะมีโซเดียมสูง เพิ่มความเสี่ยงต่อเกาต์และความดันโลหิต

ถ้าอยากกินปลาทะเลแต่เป็นเกาต์ ควรเลือกปลาอะไร?

แนะนำปลาแซลมอน ปลากะพง หรือปลาช่อน เพราะมีพิวรีนอยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง แต่ยังให้โอเมก้า 3 และโปรตีนที่ดี โดยควรปรุงด้วยการนึ่ง ต้ม หรือย่างแทนการทอด

การประเมินสุดท้าย

ปลาแมคเคอเรล (รวมปลาทู ปลาซาบะ) มีพิวรีนสูง

ปริมาณพิวรีนอยู่ที่ 150–200 มก./100 กรัม จัดเป็นอาหารกลุ่มเสี่ยงสำหรับคนเป็นเกาต์

การปรุงช่วยลดความเสี่ยงได้

เลือกปลาสด ต้มหรือนึ่งแทนการทอด ทิ้งน้ำซุป และจำกัดปริมาณไม่เกินครึ่งตัวต่อมื้อ

ปลากระป๋องเสี่ยงสูงกว่า

ทั้งพิวรีนและโซเดียมในปลากระป๋องยิ่งเพิ่มภาระไต ควรหลีกเลี่ยงโดยเฉพาะช่วงที่มีอาการ

มีปลาทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า

ปลาแซลมอน ปลากะพง ปลาช่อน ให้โอเมก้า 3 สูงแต่พิวรีนต่ำกว่า เหมาะกับผู้ที่ต้องควบคุมกรดยูริก

การระบุแหล่งที่มา

  • [2] Pranangklaohospital - ปลาทู ปลาซาบะ และปลาแมคเคอเรลมีปริมาณพิวรีนใกล้เคียงกัน – ประมาณ 150–200 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม
  • [3] Pmc - การต้มหรือนึ่งจะช่วยลดปริมาณพิวรีนในเนื้อปลาได้ประมาณ 20–30%
  • [4] Purine-direkt - ปลาแซลมอนมีพิวรีนประมาณ 100–120 มก./100 กรัม จัดอยู่ในกลุ่มปานกลาง
  • [5] Ncbi - ระดับกรดยูริกควรต่ำกว่า 6 มก./ดล. สำหรับผู้ป่วยโรคเกาต์ที่ต้องการควบคุมอาการ