ทำยังไงให้หายเลี่ยน

0 ครั้งเข้าชม
วิธีแก้เลี่ยน ทำได้โดยวิธีดังนี้ ดื่มน้ำมะนาวสดตัดเลี่ยน กินผลไม้รสเปรี้ยว เช่น มะม่วง สับปะรด จิบชาเขียวร้อนลดความมัน ดื่มน้ำอัดลมเย็นชำระล้าง กินผักสด เช่น แตงกวาดูดซับน้ำมัน ดื่มน้ำขิงขับลมลดเลี่ยน
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

วิธีแก้เลี่ยน: 6 วิธีง่ายๆ ที่ช่วยลดความมันหลังกินของทอดได้ผล

วิธีแก้เลี่ยน เป็นปัญหาที่หลายคนเจอหลังกินอาหารมันๆ เช่น หมูกระทะหรือของทอด การรู้วิธีแก้ที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณไม่รู้สึกอึดอัดและสามารถทานอาหารได้อย่างเต็มที่ บทความนี้รวบรวมวิธีง่ายๆ ที่คุณสามารถทำได้ทันที เพื่อลดความเลี่ยนและเพิ่มความสดชื่นหลังมื้ออาหาร

ทำยังไงให้หายเลี่ยน กินของมันแล้วเลี่ยน ทำไงดี?

คุณเคยกินหมูกระทะหรือของทอดจนอิ่มแปล้ และกำลังมองหา วิธีแก้เลี่ยนจากการกินหมูกระทะ แล้วรู้สึกคลื่นไส้และอึดอัดท้องหลังจากกินของทอดหรืออาหารที่มีไขมันสูงไหม? อาการเลี่ยนเป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติของร่างกายเมื่อได้รับไขมันมากเกินไปจนระบบย่อยอาหารรับมือไม่ทัน

หลายคนคิดว่าแค่ดื่มน้ำอัดลมเย็นจัดซ่าๆ สักแก้วก็จบปัญหา แต่ ทำไงให้หายเลี่ยน และมีเคล็ดลับสำคัญอย่างหนึ่งที่คน 90% พลาดไปและมักจะทำให้อาการแย่ลงโดยไม่รู้ตัว - ผมจะเฉลยให้ฟังในส่วนของวิธีป้องกันด้านล่าง

อาการเลี่ยนเกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมร่างกายถึงประท้วง?

อาการเลี่ยนไม่ใช่แค่ความรู้สึกทางใจ แต่มันคือสัญญาณเตือนทางกายภาพจากระบบย่อยอาหาร ไขมันใช้เวลาย่อยนานกว่าโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต[1] เมื่อมีไขมันปริมาณมากค้างอยู่ในกระเพาะอาหาร ร่างกายจะชะลอการบีบตัวเพื่อค่อยๆ จัดการกับมัน

เมื่อคุณกินหมูสามชั้นย่างเกรียมๆ ที่เต็มไปด้วยไขมันหยาดเยิ้มเข้าไปในปริมาณมาก และสงสัยว่า กินของมันแล้วเลี่ยน ทำไงดี ร่างกายของคุณจะต้องหลั่งน้ำดีจากถุงน้ำดีออกมาเพื่อแตกตัวไขมันเหล่านั้นให้เล็กลง ซึ่งกระบวนการนี้กินพลังงานและเวลาอย่างมหาศาลจนทำให้ระบบไหลเวียนเลือดต้องไปกระจุกอยู่ที่กระเพาะอาหารหมด ทำให้คุณรู้สึกง่วงซึม อึดอัดทรมาน และเกิดอาการพะอืดพะอม

พูดตรงๆ สมัยก่อนผมชอบกินไก่ทอดมาก กินเสร็จก็ซัดน้ำแข็งเปล่าเย็นจัดตามทันทีเพราะคิดว่าจะช่วยให้สดชื่น ผลคือ? ท้องอืดจนหายใจแทบไม่ออก คลื่นไส้ไปครึ่งวัน กว่าจะเรียนรู้ว่าความเย็นทำให้ไขมันจับตัวเป็นก้อนในกระเพาะ ก็พลาดทำร้ายตัวเองไปหลายรอบแล้ว

ไขความเชื่อผิดๆ: ของหวานหลังมื้ออาหารไม่ได้ช่วยล้างปาก

คนส่วนใหญ่บอกว่ากินของมันต้องตบท้ายด้วยไอศกรีมหรือของหวานเย็นๆ เพื่อล้างปาก แต่จากประสบการณ์ของผม การทำแบบนั้นยิ่งทำให้กระเพาะทำงานหนักขึ้นเป็นสองเท่า ความหวานบวกความเย็นคือฝันร้ายของระบบย่อยอาหารที่กำลังพยายามกำจัดไขมัน

ผมเคยพยายามฝืนกินเค้กช็อกโกแลตหลังมื้อบุฟเฟต์ปิ้งย่างเพราะเสียดายของ ผลคือคืนนั้นผมนอนไม่ได้เลยเพราะแสบร้อนกลางอกอย่างหนัก กรดไหลย้อนตีขึ้นมาจนเจ็บคอไปหมด บทเรียนนี้สอนให้รู้ว่ากระเพาะเราไม่ใช่ถังขยะที่ใส่ทุกอย่างรวมกันได้

วิธีแก้เลี่ยนจากของใกล้ตัวในครัว (ทำได้ทันที)

หากคุณต้องการ วิธีแก้เลี่ยน ที่สามารถทำได้ทันทีจากของที่มีอยู่ใกล้ตัวในครัว โดยไม่ต้องออกไปซื้อหาที่ไหน สิ่งแรกที่คุณควรมองหาคือวัตถุดิบที่มีรสเปรี้ยวอมหวานหรือมีความเผ็ดร้อน

หากอยากรู้ว่า กินอะไรแก้เลี่ยน ได้ดี ความเปรี้ยวจากกรดซิตริกในมะนาวจะช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำลายและน้ำย่อย ทำให้ร่างกายจัดการกับความมันในช่องปากได้ดีขึ้น แค่ฝานมะนาวบางๆ บีบผสมน้ำอุ่นหนึ่งแก้ว คุณจะรู้สึกโล่งคอแทบจะในทันที มะนาวยังช่วยล้างคราบไขมันที่เกาะตามลิ้นซึ่งเป็นสาเหตุหลักของกลิ่นคาวและรสชาติเลี่ยนๆ

ของใกล้ตัวอีกอย่างคือพริกป่นหรือน้ำจิ้มแจ่วรสจัด ความเผ็ดร้อนจะช่วยตัดความมันเลี่ยนของเนื้อสัตว์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ น้อยครั้งมากที่เราจะกินหมูสามชั้นต้มเปล่าๆ แล้วไม่เลี่ยนถ้าไม่มีน้ำจิ้มซีฟู้ดแซ่บๆ มาช่วยชีวิต

น้ำอะไรแก้เลี่ยนได้บ้าง? ทางเลือกสำหรับคนไม่กินหวาน

หลายคนไม่อยากดื่มน้ำหวานหรือน้ำอัดลมเพื่อแก้เลี่ยนเพราะกังวลเรื่องน้ำหนักหรือน้ำตาล ซึ่งเป็นความกังวลที่ถูกต้องอย่างยิ่ง การเพิ่มน้ำตาลเข้าไปในมื้อที่ไขมันสูงอยู่แล้วจะทำให้ระดับอินซูลินพุ่งทะลุเพดาน

เครื่องดื่มแก้เลี่ยน ของทอด ที่ทรงพลังที่สุดคือชาอุ่นๆ - โดยเฉพาะชาจีนหรือชาอูหลง - สารแทนนินในชาจะช่วยจับกับโปรตีนและล้างคราบไขมันในช่องปากและลำคอได้ดีเยี่ยม ลองคิดดู. ทำไมร้านติ่มซำถึงเสิร์ฟชาจีนร้อนควบคู่กับของทอดเสมอ? นั่นแหละคือเหตุผลที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วหลายร้อยปี

นอกจากชาแล้ว น้ำอะไรแก้เลี่ยนได้บ้าง? อีกหนึ่งตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมคือน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ (Apple Cider Vinegar) กรดแอซิติกในน้ำส้มสายชูหมักแอปเปิ้ลช่วยเร่งกระบวนการย่อยไขมัน ทำให้ลดอาการจุกเสียดได้[3] เพียงผสมแอปเปิ้ลไซเดอร์ 1 ช้อนโต๊ะในน้ำเปล่าอุณหภูมิห้อง 1 แก้วแล้วค่อยๆ จิบ

วิธีป้องกันอาการเลี่ยนก่อนที่จะเริ่มรับประทานอาหาร

วิธีแก้เลี่ยน ที่ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ให้มันเกิดตั้งแต่แรก หากคุณรู้ตัวว่ามื้อนี้จะต้องจัดหนักกับของทอดหรือปิ้งย่าง การเตรียมความพร้อมให้ระบบย่อยอาหารคือสิ่งสำคัญที่สุด

เคล็ดลับคือการกินผักใบเขียวหรืออาหารที่มีกากใยสูงก่อนเริ่มกินของมัน การทานผักใบเขียวก่อนอาหารมัน 15 นาที ช่วยลดการดูดซึมไขมันเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็วได้ในระดับหนึ่ง [4]

ไฟเบอร์จะทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำ คอยซับไขมันบางส่วนไว้ไม่ให้กระเพาะอาหารรับภาระหนักเกินไป นี่คือความลับที่ผมบอกไว้ตอนต้น - การเตรียมกระเพาะด้วยไฟเบอร์คือตัวพลิกเกมที่คนส่วนใหญ่มักจะมองข้ามเพราะมัวแต่พุ่งเป้าไปที่เนื้อสัตว์

สับสนว่าควรดื่มน้ำร้อนหรือน้ำเย็นถึงจะช่วยลดความเลี่ยนได้ดีกว่ากัน?

ข้อถกเถียงคลาสสิกบนโต๊ะอาหารมักจะวนอยู่กับการเลือกเครื่องดื่ม ความรู้สึกสดชื่นชั่วคราวของน้ำเย็นมักจะหลอกให้เราหลงเชื่อว่ามันช่วยแก้เลี่ยนได้ ลองมาดูการเปรียบเทียบที่แท้จริงกัน

⭐ น้ำอุ่นหรือชาร้อน (แนะนำ)

• ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดบริเวณระบบย่อยอาหาร ทำให้การย่อยทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

• ความร้อนช่วยรักษาสภาพไขมันให้เป็นของเหลว ทำให้ย่อยและเคลื่อนผ่านกระเพาะได้ง่ายขึ้น

• แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ลดอาการท้องอืดและเรอเปรี้ยวในอีกหลายชั่วโมงถัดมาได้อย่างชัดเจน

น้ำแข็งเย็นจัด หรือ น้ำอัดลมเย็น

• แก๊สในน้ำอัดลมเพิ่มความดันในกระเพาะที่ขยายตัวอยู่แล้ว ทำให้รู้สึกอึดอัดหนักกว่าเดิม

• ความเย็นทำให้ไขมันจากสัตว์จับตัวเป็นก้อนหรือเป็นไขในกระเพาะอาหาร ยากต่อการย่อย

• ให้ความรู้สึกสดชื่นแค่ตอนกลืน แต่ทิ้งความรู้สึกพะอืดพะอมและจุกเสียดไว้เบื้องหลัง

ในความเป็นจริง การดื่มน้ำอุ่นอุณหภูมิประมาณ 50 องศาเซลเซียส อาจช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหารได้ดีกว่าน้ำเย็นจัด[2] แม้น้ำอัดลมเย็นๆ จะให้ความรู้สึกสะใจในระยะสั้น แต่น้ำอุ่นหรือชาร้อนคือฮีโร่ตัวจริงที่จะช่วยรักษาสมดุลของกระเพาะคุณไว้ได้

ประสบการณ์จริง: การเอาชนะความเลี่ยนจากหมูกระทะของพลอย

พลอย พนักงานออฟฟิศวัย 28 ปีในกรุงเทพฯ รักการกินหมูกระทะหลังเลิกงานมาก แต่ปัญหาคือเธอมักจะปวดท้อง คลื่นไส้ และนอนไม่หลับเพราะความเลี่ยนที่ตีตื้นขึ้นมากลางดึกแทบทุกครั้งที่ไปกิน

ตอนแรกพลอยพยายามแก้ปัญหาด้วยการสั่งน้ำอัดลมเย็นจัดใส่น้ำแข็งมาดื่มคู่กันตลอดมื้ออาหาร ผลลัพธ์กลับแย่ลงไปอีก ไขมันที่เจอความเย็นจับตัวเป็นไข ทำให้เธอท้องอืดรุนแรงจนต้องกินยาช่วยย่อยกลางดึก เสียทั้งเงินและเวลาพักผ่อน

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อเธอได้คุยกับเพื่อนที่เป็นนักกำหนดอาหาร เพื่อนแนะนำให้เปลี่ยนจากน้ำเย็นเป็นจิบชาอูหลงร้อนๆ ระหว่างมื้อ และบังคับตัวเองให้กินสลัดผักใบเขียวสักจานก่อนเริ่มคีบหมูสามชั้นลงเตา แม้ช่วงแรกจะรู้สึกไม่ค่อยชื่นใจนัก

หลังจากปรับวิธีดื่มน้ำและลำดับการกิน พลอยพบว่าอาการท้องอืดหลังมื้ออาหารหายไปแทบจะ 100% เธอสามารถตื่นเช้าไปทำงานได้โดยไม่มีอาการจุกเสียดกวนใจอีกเลย และยังสนุกกับมื้อโปรดได้เหมือนเดิมโดยไม่ต้องทรมานร่างกาย

เอกสารอ้างอิง

รู้สึกคลื่นไส้และอึดอัดท้องหลังจากกินของทอดหรืออาหารที่มีไขมันสูง ต้องทำยังไง?

ให้หยุดกินทันที ลุกขึ้นเดินช้าๆ ขยับร่างกายประมาณ 10-15 นาทีเพื่อช่วยให้ลำไส้เคลื่อนตัว หลีกเลี่ยงการนอนราบเด็ดขาด จากนั้นค่อยๆ จิบน้ำอุ่นผสมมะนาวบางๆ เพื่อกระตุ้นการย่อยไขมัน

ไม่อยากดื่มน้ำหวานหรือน้ำอัดลมเพื่อแก้เลี่ยนเพราะกังวลเรื่องน้ำหนักหรือน้ำตาล มีทางเลือกอื่นไหม?

ชาอูหลงร้อน ชาเขียวร้อน หรือน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ผสมน้ำเปล่า คือทางเลือกที่ดีที่สุด เครื่องดื่มเหล่านี้ไม่มีน้ำตาลและมีสารที่ช่วยสลายคราบไขมันในช่องปากได้ดีกว่าน้ำหวานหลายเท่า

ผลไม้ชนิดไหนช่วยแก้เลี่ยนได้ดีที่สุด?

ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวอมหวานอย่างสับปะรด ส้มโอ หรือกีวี่ มีเอนไซม์ธรรมชาติที่ช่วยย่อยโปรตีนและลดความมันเลี่ยนได้ดี แต่ควรทานในปริมาณพอเหมาะเพื่อไม่ให้กระเพาะระคายเคืองจากกรดผลไม้

หากคุณเพิ่งจัดหนักมื้อใหญ่มา ลองเช็คดูว่า กินอะไรช่วยแก้เลี่ยน ได้บ้างเพื่อให้สบายท้องขึ้นครับ

รายละเอียดที่โดดเด่น

ความร้อนคือเพื่อนแท้ของคุณ

เลือกดื่มชาร้อนหรือน้ำอุ่นเสมอเมื่อทานอาหารมันๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ไขมันจับตัวเป็นก้อนในกระเพาะอาหาร

ใช้ความเปรี้ยวตัดความมัน

มะนาว แอปเปิ้ลไซเดอร์ หรือผลไม้รสเปรี้ยว ช่วยกระตุ้นน้ำลายและล้างคราบไขมันที่เคลือบลิ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กั้นไขมันด้วยไฟเบอร์

ทานผักสดหรืออาหารที่มีกากใยก่อนลงมือทานของมันหรือของทอดเสมอ เพื่อชะลอการดูดซึมไขมันและลดภาระของระบบย่อยอาหาร

ข้อมูลสำหรับอ้างอิง

  • [1] Health - ไขมันใช้เวลาย่อยนานกว่าโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต
  • [2] Mgronline - การดื่มน้ำอุ่นอุณหภูมิประมาณ 50 องศาเซลเซียส อาจช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหารได้ดีกว่าน้ำเย็นจัด
  • [3] Hdmall - กรดแอซิติกในน้ำส้มสายชูหมักแอปเปิ้ลช่วยเร่งกระบวนการย่อยไขมัน ทำให้ลดอาการจุกเสียดได้
  • [4] Nature - การทานผักใบเขียวก่อนอาหารมัน 15 นาที ช่วยลดการดูดซึมไขมันเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็วได้ในระดับหนึ่ง