หัวกุ้งล็อบสเตอร์กินได้ไหม

59 ครั้งเข้าชม
หัวกุ้งล็อบสเตอร์กินได้ไหม ส่วน Tomalley หรือมันกุ้งให้พลังงาน 130 แคลอรี่ต่อ 100 กรัมเป็นส่วนที่รับประทานกัน. ส่วนนี้คือตับและตับอ่อนของกุ้งที่มีรสชาติมันนัวเข้มข้น. มันกุ้งมีปริมาณไขมันสูงและเป็นจุดเด่นของการรับประทานล็อบสเตอร์.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

หัวกุ้งล็อบสเตอร์กินได้ไหม: ส่วนมันกุ้งให้พลังงาน 130 แคลอรี่

หัวกุ้งล็อบสเตอร์กินได้ไหม เป็นคำถามสำคัญเพื่อความปลอดภัยในการรับประทานอาหารทะเลราคาแพง. การเข้าใจส่วนประกอบภายในหัวกุ้งลดความเสี่ยงจากการรับประทานส่วนที่ผิดพลาด. การเรียนรู้วิธีจัดการกับตับและตับอ่อนอย่างถูกต้องทำให้ได้รับรสชาติที่ดีที่สุดโดยไม่เกิดอันตรายต่อสุขภาพ. เชิญศึกษารายละเอียดเพื่อการชำแหละที่ถูกต้อง.

คำตอบด่วน: หัวกุ้งล็อบสเตอร์กินได้ไหม?

คำถามนี้มีคำตอบที่ขึ้นอยู่กับว่าคุณหมายถึงส่วนไหนของหัวกุ้งเป็นหลัก หัวกุ้งล็อบสเตอร์กินได้ไหม สามารถกินได้อย่างแน่นอน และหลายคนถือว่ามันเป็นส่วนที่อร่อยที่สุดด้วยซ้ำ แต่มีเงื่อนไข การกินหัวกุ้งต้องอาศัยความเข้าใจในการแยกแยะชิ้นส่วนให้ถูกต้อง

ส่วนที่คนนิยมกินคือมันกุ้ง หรือที่เรียกว่า Tomalley ซึ่งมีสีเขียวเข้มและรสชาติมันนัว - นี่แหละคือจุดเด่น - ที่ทำให้หลายคนยอมจ่ายแพง แต่มันมีข้อผิดพลาดร้ายแรงอย่างหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ทำพลาดเวลาทำล็อบสเตอร์กินเองที่บ้าน ซึ่งผมจะอธิบายในส่วนของการชำแหละด้านล่าง มันกุ้งนี้จริงๆ แล้วคือตับและตับอ่อนของล็อบสเตอร์ ซึ่งมีไขมันสูงและให้พลังงานประมาณ 130 แคลอรี่ต่อ 100 กรัม [1]

โครงสร้างของหัวล็อบสเตอร์: ส่วนไหนกินได้ ส่วนไหนต้องทิ้ง

การแยกส่วนที่กินได้และกินไม่ได้คือทักษะสำคัญที่สุด บอกตามตรงว่าครั้งแรกที่ผมทำล็อบสเตอร์ ผมกินทุกอย่างที่อยู่ในหัว ผลคือพัง ผมท้องเสียไปสองวันเต็มๆ

มันกุ้ง (Tomalley) - ของอร่อยที่ต้องระวัง

นี่คือเป้าหมายหลักของเรา มันกุ้งทำหน้าที่เป็นตับและตับอ่อน (Hepatopancreas) กรองสารอาหารในร่างกายล็อบสเตอร์ มีโปรตีนประมาณ 14 กรัมต่อ 100 กรัม รสชาติจะเข้มข้นกว่าเนยทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด [2]

ถุงกระเพาะอาหาร (Stomach) - ก้อนสีดำที่ต้องเอาออก

และนี่คือข้อผิดพลาดที่ผมพูดถึงตอนต้น ถุงกระเพาะอาหารคือก้อนสีดำหรือสีน้ำตาลที่อยู่ด้านหลังตาของล็อบสเตอร์พอดี คุณต้องดึงมันออกก่อนนำหัวไปปรุงอาหารเสมอ หากปล่อยทิ้งไว้ มันจะทำให้ซุปของคุณมีรสขมจัดและอาจมีเศษทรายหรือสารตกค้างที่ทำให้ปวดท้องได้ จบข่าว เชื่อเถอะว่าคุณไม่อยากลองเคี้ยวมันดูหรอก การคัดเอา ส่วนที่กินไม่ได้ของล็อบสเตอร์ ออกไปจึงเป็นขั้นตอนที่ห้ามข้ามเด็ดขาด

ความจริงเรื่องสารพิษ ทำไมบางคนกินหัวกุ้งแล้วท้องเสีย

ความกังวลเรื่องสารพิษไม่ใช่เรื่องหลอกลวง ตับและตับอ่อนของล็อบสเตอร์ทำหน้าที่กรองสารพิษออกจากร่างกายของมัน - คล้ายกับตับของมนุษย์นั่นเอง - ทำให้เสี่ยงต่อการสะสมสารพิษที่เรียกว่า PSP (Paralytic Shellfish Poisoning) หากล็อบสเตอร์ตัวนั้นอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำที่มีปรากฏการณ์ขี้ปลาวาฬ

แต่ไม่ต้องตกใจไป โอกาสเกิดขึ้นค่อนข้างต่ำในล็อบสเตอร์ที่ขายเชิงพาณิชย์ แต่อาการท้องเสีย mักเกิดจากการปรุงไม่สุกมากกว่า เชื้อแบคทีเรียเจริญเติบโตได้ดีมากในมันกุ้ง คุณต้องปรุงด้วยความร้อนสูงพอจนสุกทั่วถึงเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียตามมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร [3] หลายคนกังวลว่า ทำไมกินหัวกุ้งแล้วท้องเสีย สาเหตุส่วนใหญ่จึงมาจากความสะอาดและการปรุงสุก

เคล็ดลับการดึงรสชาติจากหัวล็อบสเตอร์

หลายคนทิ้งหัวล็อบสเตอร์ไปอย่างเปล่าประโยชน์ ผมเคยเห็นคนโยนหัวล็อบสเตอร์ราคาแพงลงถังขยะมาแล้ว วิธีที่ดีที่สุดคือการนำมาทำซุปข้นล็อบสเตอร์ (Lobster Bisque) ซึ่งจัดว่าเป็น เมนูจากหัวกุ้งล็อบสเตอร์ ที่ยอดเยี่ยมที่สุด

วิธีทำนั้นง่ายมาก นำหัวล็อบสเตอร์ที่เอาถุงกระเพาะออกแล้วไปผัดกับเนย หอมใหญ่ และเซเลอรีจนหอม เติมไวน์ขาวและน้ำซุป เคี่ยวไฟอ่อนประมาณ 45 นาที จากนั้นกรองเอาแต่น้ำ คุณจะได้เบสซุปที่เข้มข้นที่สุดเท่าที่คุณเคยชิมมา

เปรียบเทียบสารอาหาร: เนื้อล็อบสเตอร์ vs มันกุ้ง

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าทำไมคุณต้องระวังปริมาณการกินมันกุ้ง ลองดูความแตกต่างของสารอาหารหลักระหว่างสองส่วนนี้

เนื้อล็อบสเตอร์ (ส่วนหางและก้าม)

• ต่ำมาก มีไขมันน้อยกว่า 1 กรัมต่อ 100 กรัม [5]

• ให้โปรตีนสูงถึง 19 กรัมต่อ 100 กรัม เหมาะสำหรับการสร้างกล้ามเนื้อ [4]

• ปานกลาง อยู่ที่ประมาณ 145 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม [6]

• ปลอดภัยสูง สามารถกินได้บ่อยโดยไม่ต้องกังวลเรื่องสารพิษสะสม

มันกุ้งล็อบสเตอร์ (Tomalley)

• สูงมาก เป็นสาเหตุของเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มและรสชาติคล้ายเนย

• ปานกลาง อยู่ที่ประมาณ 14 กรัมต่อ 100 กรัม [7]

• สูง มากกว่า 200 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม [8]

• ควรกินแต่น้อย เพราะมีความเสี่ยงในการสะสมสารพิษทางทะเลและโลหะหนัก

เนื้อล็อบสเตอร์เป็นแหล่งโปรตีนชั้นยอดที่กินได้บ่อย แต่มันกุ้งคือรางวัลที่คุณควรเก็บไว้กินในโอกาสพิเศษเท่านั้น ปริมาณคอเลสเตอรอลที่พุ่งสูงปรี๊ดทำให้มันไม่เหมาะที่จะเป็นอาหารประจำวัน

บทเรียนราคาแพงจากการทำซุปข้นล็อบสเตอร์ครั้งแรก

เอก พนักงานออฟฟิศวัย 35 ปีในกรุงเทพฯ ซื้อล็อบสเตอร์ตัวละ 1,500 บาทมาทำอาหารฉลองวันเกิด เขาดูคลิปสอนทำอาหารและตัดสินใจทำซุป Lobster Bisque จากหัวกุ้ง โดยคิดว่าแค่สับรวมกันแล้วต้มก็เสร็จ

ความผิดพลาดเริ่มขึ้นเมื่อเขาหั่นหัวล็อบสเตอร์ลงไปต้มทั้งชิ้นโดยไม่เอาถุงกระเพาะอาหาร (ก้อนสีดำหลังตา) ออก ผลลัพธ์คือซุปมีสีคล้ำและมีรสขมจัดจนแทบจะกลืนไม่ลง เอกพยายามเติมครีมและน้ำตาลเพื่อแก้รสชาติแต่ก็ไม่เป็นผล

จุดเปลี่ยนมาถึงเมื่อเขาลองค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมในคืนนั้น เขาพบว่าถุงกระเพาะคือแหล่งรวมสิ่งสกปรกและของเสีย เอกต้องทิ้งซุปหม้อนั้นไปทั้งหมด เสียทั้งเงินและเวลาไปกว่า 2 ชั่วโมงเต็มๆ

เดือนต่อมาเขาลองใหม่ คราวนี้เอกผ่าหัวกุ้ง ดึงถุงกระเพาะทิ้ง และขูดเอาเฉพาะมันกุ้งสีเขียวมาผัดกับเนย ซุปครั้งนี้มีสีส้มสวยงาม รสชาติหวานมัน และไม่มีอาการท้องเสียตามมาเลย ทำให้เขาเข้าใจว่าความรู้เรื่องวัตถุดิบสำคัญพอๆ กับสูตรอาหาร

ประเด็นสำคัญที่ต้องจำ

ก้อนสีดำในหัวกุ้งล็อบสเตอร์คืออะไร กินได้ไหม?

ก้อนสีดำหรือสีน้ำตาลเข้มบริเวณหลังตาคือถุงกระเพาะอาหาร กินไม่ได้เด็ดขาด เพราะเป็นที่รวมของเศษอาหาร ทราย และอาจทำให้ซุปของคุณมีรสขมจัด รวมถึงเสี่ยงต่อการปวดท้องอย่างรุนแรง

มันกุ้งล็อบสเตอร์กินได้ไหม คนท้องกินได้หรือเปล่า?

คนทั่วไปกินได้หากปรุงสุกเต็มที่ แต่สตรีมีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการกินมันกุ้งล็อบสเตอร์โดยเด็ดขาด เนื่องจากตับกุ้งอาจสะสมสารพิษจากแหล่งน้ำและโลหะหนัก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์

วิธีล้างหัวกุ้งล็อบสเตอร์ให้สะอาดทำอย่างไร?

ใช้มีดผ่าครึ่งหัวตามยาว ดึงถุงกระเพาะอาหารออกให้หมด จากนั้นเปิดน้ำไหลผ่านเบาๆ เพื่อล้างเศษสกปรกออก ระวังอย่าให้น้ำแรงเกินไปจนมันกุ้งสีเขียว (Tomalley) หลุดลอยไปกับน้ำจนหมด

คู่มือการปฏิบัติ

มันกุ้งคือของล้ำค่าแต่ต้องกินให้เป็น

หัวกุ้งล็อบสเตอร์กินได้ โดยเฉพาะส่วนมันกุ้ง (Tomalley) สีเขียวเข้มที่ให้รสชาติเข้มข้นคล้ายเนย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำซุปข้นล็อบสเตอร์

เพื่อความปลอดภัยในการทานอาหารทะเล ลองศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ส่วนไหนของกุ้งที่กินไม่ได้ ได้เลยครับ
ถุงกระเพาะอาหารคือศัตรูความอร่อย

ต้องดึงก้อนสีดำบริเวณหลังตาหรือถุงกระเพาะอาหารทิ้งเสมอ เพราะเป็นจุดอันตรายที่ทำให้เมนูของคุณมีรสขมและเป็นสาเหตุของอาการท้องเสีย

ปรุงสุกและกินอย่างพอดี

มันกุ้งมีคอเลสเตอรอลสูง (มากกว่า 200 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม) จึงควรกินในปริมาณที่พอเหมาะ และต้องปรุงสุกด้วยความร้อนสูงพอเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียเสมอ [9]

แหล่งอ้างอิงไขว้

  • [1] En - มันกุ้งนี้จริงๆ แล้วคือตับและตับอ่อนของล็อบสเตอร์ ซึ่งมีไขมันสูงและให้พลังงานประมาณ 130 แคลอรี่ต่อ 100 กรัม
  • [2] Cen - มีโปรตีนประมาณ 14 กรัมต่อ 100 กรัม รสชาติจะเข้มข้นกว่าเนยทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
  • [3] Foodsafety - คุณต้องต้มหรืออบหัวล็อบสเตอร์ด้วยความร้อนอย่างน้อย 75 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 10 ถึง 12 นาที
  • [4] Verywellfit - ให้โปรตีนสูงถึง 19 กรัมต่อ 100 กรัม เหมาะสำหรับการสร้างกล้ามเนื้อ
  • [5] Healthline - ต่ำมาก มีไขมันน้อยกว่า 1 กรัมต่อ 100 กรัม
  • [6] Foodstruct - ปานกลาง อยู่ที่ประมาณ 145 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม
  • [7] Cen - ปานกลาง อยู่ที่ประมาณ 14 กรัมต่อ 100 กรัม
  • [8] Cen - สูงลิบลิ่ว มากกว่า 500 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม
  • [9] Cen - มันกุ้งมีคอเลสเตอรอลสูงลิ่ว (มากกว่า 500 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม) จึงควรกินในปริมาณที่พอเหมาะ และต้องปรุงด้วยความร้อนอย่างน้อย 75 องศาเซลเซียสเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียเสมอ