แคลเซียมสูงมีอาการอย่างไร

20 การดู

เมื่อระดับแคลเซียมในเลือดสูง ผลกระทบอาจได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ปัสสาวะบ่อย กล้ามเนื้ออ่อนแรง สับสน และภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น โรคกระดูกบางและโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

ภาวะแคลเซียมในเลือดสูง: ภัยเงียบที่ต้องระวัง

แคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายอย่างมาก มีบทบาทสำคัญในการสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง การทำงานของกล้ามเนื้อ การส่งสัญญาณประสาท และการแข็งตัวของเลือด อย่างไรก็ตาม ความสมดุลของแคลเซียมในร่างกายเป็นสิ่งสำคัญ หากระดับแคลเซียมในเลือดสูงเกินไป (ภาวะแคลเซียมในเลือดสูง หรือ Hypercalcemia) อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในหลายด้าน ซึ่งบางครั้งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

สัญญาณเตือนจากร่างกาย: อาการของภาวะแคลเซียมในเลือดสูง

อาการของภาวะแคลเซียมในเลือดสูงอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับระดับแคลเซียมที่สูงขึ้นและความเร็วในการเปลี่ยนแปลงระดับแคลเซียม โดยทั่วไปอาการที่พบบ่อย ได้แก่:

  • ระบบทางเดินอาหาร: คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก เบื่ออาหาร ปวดท้อง
  • ระบบทางเดินปัสสาวะ: ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำมาก ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ไตพยายามขับแคลเซียมส่วนเกินออกจากร่างกาย
  • ระบบประสาทและกล้ามเนื้อ: กล้ามเนื้ออ่อนแรง อ่อนเพลีย สับสน มึนงง ความจำเสื่อม ซึมเศร้า ในบางกรณีอาจมีอาการโคม่า
  • กระดูก: ปวดกระดูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่มีภาวะกระดูกบาง (Osteoporosis) ที่เกิดจากภาวะแคลเซียมในเลือดสูงเรื้อรัง
  • ระบบหัวใจและหลอดเลือด: หัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นหากไม่ได้รับการรักษา

หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา ภาวะแคลเซียมในเลือดสูงอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ เช่น:

  • โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis): การที่ร่างกายดึงแคลเซียมออกจากกระดูกเพื่อรักษาระดับแคลเซียมในเลือด อาจทำให้กระดูกเปราะบางและแตกหักง่าย
  • นิ่วในไต: แคลเซียมส่วนเกินที่ถูกขับออกทางไต อาจสะสมและก่อตัวเป็นนิ่วในไต ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวดหลัง ปัสสาวะเป็นเลือด และติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ
  • ไตวาย: ภาวะแคลเซียมในเลือดสูงอย่างต่อเนื่องอาจทำลายไตและนำไปสู่ภาวะไตวายเรื้อรัง
  • ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ: ระดับแคลเซียมที่สูงเกินไปอาจส่งผลต่อการทำงานของหัวใจ ทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

สาเหตุที่ซับซ้อน: อะไรคือปัจจัยที่ทำให้แคลเซียมในเลือดสูง?

ภาวะแคลเซียมในเลือดสูงอาจเกิดจากหลายสาเหตุ โดยสาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่:

  • ภาวะต่อมพาราไทรอยด์ทำงานมากเกินไป (Hyperparathyroidism): ต่อมพาราไทรอยด์มีหน้าที่ควบคุมระดับแคลเซียมในเลือด หากต่อมนี้ทำงานมากเกินไป จะปล่อยฮอร์โมนพาราไทรอยด์ (PTH) มากเกินไป ซึ่งจะกระตุ้นให้ร่างกายดึงแคลเซียมออกจากกระดูกและเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมจากอาหาร
  • โรคมะเร็ง: มะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม และมะเร็งไขกระดูก อาจผลิตสารที่ทำให้ระดับแคลเซียมในเลือดสูงขึ้น
  • การใช้ยาบางชนิด: ยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะกลุ่ม Thiazide อาจทำให้ระดับแคลเซียมในเลือดสูงขึ้นได้
  • การได้รับวิตามินดีมากเกินไป: วิตามินดีช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น การได้รับวิตามินดีมากเกินไปอาจทำให้ระดับแคลเซียมในเลือดสูงขึ้น
  • ภาวะขาดน้ำ: ภาวะขาดน้ำอาจทำให้ความเข้มข้นของแคลเซียมในเลือดสูงขึ้น
  • โรคบางชนิด: โรคบางชนิด เช่น โรคซาร์คอยโดซิส (Sarcoidosis) และวัณโรค (Tuberculosis) อาจทำให้ระดับแคลเซียมในเลือดสูงขึ้น

การวินิจฉัยและการรักษา

หากสงสัยว่ามีภาวะแคลเซียมในเลือดสูง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัย แพทย์จะทำการตรวจเลือดเพื่อวัดระดับแคลเซียมในเลือด รวมถึงอาจทำการตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุของภาวะแคลเซียมในเลือดสูง

การรักษาภาวะแคลเซียมในเลือดสูงจะขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการ โดยทั่วไปการรักษาอาจรวมถึง:

  • การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ: เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในร่างกายและช่วยให้ไตขับแคลเซียมส่วนเกินออกไป
  • การใช้ยา: เช่น ยาขับปัสสาวะ ยา Bisphosphonates และ Calcitonin เพื่อลดระดับแคลเซียมในเลือด
  • การผ่าตัด: ในกรณีที่ภาวะแคลเซียมในเลือดสูงเกิดจากภาวะต่อมพาราไทรอยด์ทำงานมากเกินไป อาจจำเป็นต้องผ่าตัดเพื่อนำต่อมพาราไทรอยด์ส่วนที่ทำงานผิดปกติออก
  • การรักษาโรคมะเร็ง: หากภาวะแคลเซียมในเลือดสูงเกิดจากโรคมะเร็ง การรักษาโรคมะเร็งจะช่วยลดระดับแคลเซียมในเลือดได้

ป้องกันไว้ดีกว่าแก้: การดูแลสุขภาพเพื่อรักษาระดับแคลเซียมให้สมดุล

แม้ว่าภาวะแคลเซียมในเลือดสูงอาจเป็นภัยเงียบที่น่ากังวล แต่การดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอสามารถช่วยป้องกันและรักษาสมดุลของแคลเซียมในร่างกายได้ โดยทำได้ดังนี้:

  • รับประทานอาหารที่สมดุล: เน้นอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดีในปริมาณที่เหมาะสม
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ: เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ: เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก
  • ปรึกษาแพทย์: หากมีอาการที่น่าสงสัย หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับระดับแคลเซียมในเลือด

การตระหนักถึงอาการของภาวะแคลเซียมในเลือดสูง การตรวจสุขภาพเป็นประจำ และการดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้คุณสามารถรักษาสุขภาพให้แข็งแรงและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้