โรคประจําตัว มีโรคอะไรบ้าง

168 ครั้งเข้าชม
โรคประจําตัว มีโรคอะไรบ้าง ส่วนใหญ่คือกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหรือ NCDs สาเหตุหลักคือการสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ออกกำลังกาย และกินอาหารหวานมันเค็มจัด ปัจจุบันประชากรไทยมากกว่า 14 ล้านคนป่วยด้วยโรคกลุ่มนี้ โรคดังกล่าวเป็นสาเหตุการเสียชีวิตถึง 75% ของคนไทยทั้งหมด
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

โรคประจําตัว มีโรคอะไรบ้าง: สาเหตุการเสียชีวิต 75%

โรคประจําตัว มีโรคอะไรบ้าง เป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการระวังความเสี่ยงด้านสุขภาพในระยะยาว
ภาวะผิดปกติที่เกิดขึ้นเรื้อรังนี้เป็นผลลัพธ์จากการสะสมพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม การรู้เท่าทันโรคเรื้อรังนำไปสู่การปกป้องร่างกายจากอันตรายถึงชีวิต ศึกษาข้อมูลกลุ่มโรคเหล่านี้เพื่อการดูแลรักษาสุขภาพอย่างถูกต้อง

โรคประจําตัว มีโรคอะไรบ้าง: ทำความรู้จักกับภัยเงียบที่ต้องดูแลระยะยาว

คำถามที่ว่าโรคประจําตัว มีโรคอะไรบ้างนั้น อาจดูเหมือนเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่ความเข้าใจที่ถูกต้องมีความสำคัญมากต่อการวางแผนดูแลสุขภาพและการทำประกัน คำอธิบายที่ง่ายที่สุดคือ โรคประจำตัวมักเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัยและไม่สามารถสรุปสาเหตุได้เพียงอย่างเดียวในทันที

โดยทั่วไป ความหมายของโรคประจำตัว (Pre-existing Conditions) หมายถึงโรคหรือภาวะความผิดปกติที่เกิดขึ้นเรื้อรัง รักษาไม่หายขาดภายในระยะเวลาอันสั้น หรือต้องได้รับการดูแลและติดตามอาการอย่างต่อเนื่องโดยแพทย์ ส่วนใหญ่มักจัดอยู่ในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหรือ NCDs ซึ่งปัจจุบันเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตถึง 75% ของคนไทยทั้งหมด [1] ตัวเลขนี้สะท้อนว่าโรคประจำตัวไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นผลลัพธ์จากการสะสมพฤติกรรมการใช้ชีวิตมาอย่างยาวนาน

8 กลุ่มโรคประจำตัวยอดฮิตที่พบบ่อยที่สุดในประเทศไทย

เมื่อพูดถึงโรคประจำตัวที่พบบ่อยในไทย เราสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ที่มักตรวจพบได้จากการตรวจสุขภาพประจำปี ดังนี้: โรคความดันโลหิตสูง: เปรียบเสมือนภัยเงียบที่มักไม่แสดงอาการในช่วงแรก หากปล่อยไว้อาจนำไปสู่โรคหัวใจและหลอดเลือดได้ โรคเบาหวาน: ภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติเนื่องจากขาดฮอร์โมนอินซูลินหรือดื้ออินซูลิน โรคไขมันในเลือดสูง: การมีระดับคอเลสเตอรอลหรือไตรกลีเซอไรด์สูงเกินเกณฑ์ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของหลอดเลือดอุดตัน โรคหัวใจและหลอดเลือด: เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke): ภาวะที่เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอเนื่องจากหลอดเลือดตีบ ตัน หรือแตก โรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง: เช่น หอบหืด (Asthma) และโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) โรคไตเรื้อรัง: ภาวะที่ไตทำงานผิดปกติและเสื่อมสภาพลงเรื่อยๆ จนอาจถึงขั้นไตวาย โรคมะเร็ง: แม้บางชนิดจะรักษาหายได้ แต่ก็ถือเป็นโรคที่ต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิดตลอดชีวิต

การจัดการกับโรคเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการกินยาตามสั่งเท่านั้น - และนี่คือสิ่งที่หลายคนมองข้าม - แต่มันคือการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์แบบยกเครื่อง ความพยายามเพียงครึ่งๆ กลางๆ มักไม่นำไปสู่ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน ผมเคยเห็นหลายคนที่พยายามคุมอาหารแค่ช่วงอาทิตย์แรกที่ตรวจเจอโรค แต่พอผ่านไปสักพักก็กลับไปกินเหมือนเดิม สุดท้ายค่าน้ำตาลก็พุ่งกลับมาที่เดิม

เจาะลึกกลุ่มโรค NCDs สาเหตุหลักของโรคประจำตัว

โรคประจําตัว NCDs มีอะไรบ้าง ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค แต่เกิดจากพฤติกรรมเสี่ยง 4 อย่างหลัก คือ การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การไม่ออกกำลังกาย และการกินอาหารหวาน มัน เค็ม จัด ปัจจุบันพบว่าประชากรไทยมากกว่า 14 ล้านคนกำลังป่วยด้วยโรคในกลุ่ม NCDs[2] นี้ ซึ่งถือเป็นสถิติที่น่ากังวลเพราะตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี

ในประสบการณ์ของผมที่ได้ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพมาหลายปี ผมพบว่าปัญหาใหญ่ที่สุดไม่ใช่ตัวโรค แต่คือความเข้าใจผิดที่ว่า ถ้าไม่มีอาการ แปลว่ายังไม่ป่วย ความจริงคือเช็กโรคประจำตัวเบื้องต้นส่วนใหญ่จะเริ่มทำลายอวัยวะภายในตั้งแต่วันแรกที่ค่าสถิติเริ่มผิดปกติ การรอให้เจ็บปวดก่อนค่อยรักษา มักจะเป็นการรักษาที่ปลายเหตุและมีค่าใช้จ่ายสูงกว่ามาก

เปรียบเทียบความเสี่ยงและแนวทางการดูแลโรคประจำตัวแต่ละประเภท

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น เรามาดูความแตกต่างของการดูแลโรคประจำตัวแต่ละกลุ่มที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันกัน

ความต่างของโรคประจำตัวกลุ่มเสี่ยง

แต่ละโรคมีความต้องการในการดูแลและส่งผลต่อความเสี่ยงในอนาคตที่แตกต่างกัน ดังนี้

กลุ่มโรคเมตาบอลิซึม (เบาหวาน/ความดัน)

  • ส่งผลเสียต่อไต ตา และปลายประสาทหากคุมระดับไม่ได้
  • สูงมาก ต้องจำกัดคาร์โบไฮเดรตและโซเดียมอย่างเคร่งครัด
  • ต้องตรวจวัดน้ำตาลหรือความดันด้วยตัวเองที่บ้านเป็นประจำทุกสัปดาห์

กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือด

  • เสี่ยงต่อภาวะหัวใจวายเฉียบพลันหรืออัมพฤกษ์อัมพาต
  • ปานกลาง เน้นการลดไขมันเลวและเพิ่มไขมันดี
  • เน้นการตรวจสมรรถภาพหัวใจและหลอดเลือดตามนัดของแพทย์
กลุ่มเมตาบอลิซึมต้องการระเบียบวินัยรายวันสูงกว่าในการคุมอาหารและค่ายา ขณะที่กลุ่มหลอดเลือดเน้นการป้องกันภาวะฉุกเฉินและการรักษาความแข็งแรงของระบบหมุนเวียนเลือด

บทเรียนจากความชะล่าใจ: การรับมือกับเบาหวานของพี่วิชัย

วิชัย พนักงานบริษัทอายุ 45 ปีในกรุงเทพฯ ตรวจเจอระดับน้ำตาลในเลือดสูงถึง 180 มิลลิกรัม/เดซิลิตร แต่เขารู้สึกปกติจึงไม่กินยาและไม่คุมอาหารเพราะคิดว่าร่างกายยังไหว

สามเดือนต่อมา เขามีอาการตาพร่ามัวและแผลที่เท้าหายช้ามากจนเกือบติดเชื้อรุนแรง เขาพยายามกลับมาคุมอาหารสุดโต่งด้วยการอดข้าวเย็น แต่ผลคือวูบกลางงานเพราะน้ำตาลตกต่ำเกินไป

เขาตระหนักได้ว่าการรักษาโรคประจำตัวไม่ใช่การทำแบบหักโหมแต่คือการ 'ทางสายกลาง' วิชัยเริ่มหันมานับคาร์โบไฮเดรตในแต่ละมื้อและเดินเร็ววันละ 30 นาทีแทนการอดอาหาร

หลังจากปรับวิธีได้ 6 เดือน ระดับน้ำตาลสะสม (HbA1c) ของเขาลดลงจาก 8.5% เหลือ 6.2% และสุขภาพโดยรวมดีขึ้นจนไม่ต้องเพิ่มขนาดยา ทำให้เขาทำงานได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง

ภาพรวมทั่วไป

ตรวจสุขภาพปีละครั้งช่วยลดความเสี่ยงได้ประมาณ 40-50% [3]

การพบโรคประจำตัวตั้งแต่ระยะเริ่มแรกช่วยให้ควบคุมอาการได้ง่ายกว่าและใช้ยาในปริมาณที่น้อยกว่าการตรวจพบเมื่อมีอาการแล้ว

วินัยในการกินคือยาที่ดีที่สุด

การลดน้ำตาลและโซเดียมเพียง 20% จากมื้อปกติ สามารถส่งผลบวกต่อความดันโลหิตและระดับน้ำตาลได้อย่างชัดเจนภายในเวลาเพียง 4-8 สัปดาห์

อย่าหยุดยาเองโดยเด็ดขาด

โรคประจำตัวต้องอาศัยความต่อเนื่องของตัวยาในการประคองระดับสารเคมีในร่างกาย การหยุดยาเองอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายกว่าเดิม

ความเข้าใจผิดทั่วไป

เป็นโรคประจำตัวแล้วทำประกันสุขภาพได้ไหม?

ได้ แต่บริษัทประกันมักจะมีเงื่อนไขเพิ่มเติม เช่น การเพิ่มเบี้ยประกัน หรือการไม่คุ้มครองอาการที่เกิดจากโรคประจำตัวเดิมที่มีอยู่ก่อนแล้ว (Pre-existing Condition) ดังนั้นควรแจ้งข้อมูลสุขภาพตามจริงเสมอ

ถ้าออกกำลังกายจนค่าเลือดปกติ ถือว่าหายจากโรคประจำตัวหรือยัง?

ในทางการแพทย์ กลุ่มโรค NCDs มักเรียกว่า 'สงบ' มากกว่า 'หายขาด' แม้ค่าเลือดจะปกติแต่คุณยังต้องรักษาพฤติกรรมที่ดีไว้ เพราะหากกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม อาการและค่าที่ผิดปกติจะกลับมาทันที

อาการภูมิแพ้อากาศถือว่าเป็นโรคประจำตัวหรือไม่?

ถือว่าเป็นโรคประจำตัวประเภทหนึ่งเนื่องจากเป็นภาวะเรื้อรังที่ต้องดูแลต่อเนื่อง แม้จะไม่ร้ายแรงเท่ากลุ่มโรคหัวใจ แต่ควรแจ้งประวัติเมื่อต้องทำธุรกรรมเกี่ยวกับสุขภาพหรือประกัน

หากคุณต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อป้องกันความเสี่ยง สามารถอ่านต่อได้ที่ กลุ่มโรคประจำตัวมีอะไรบ้าง เพื่อการเตรียมตัวที่ดียิ่งขึ้น

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้นและไม่สามารถใช้ทดแทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์จากผู้เชี่ยวชาญได้ ภาวะสุขภาพของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน โปรดปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ก่อนการตัดสินใจเกี่ยวกับแผนการรักษาหรือการใช้ยาใดๆ

แหล่งข้อมูลที่อ้างถึง

  • [1] Hfocus - ปัจจุบันเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตถึง 75% ของคนไทยทั้งหมด
  • [2] Nakornthon - ประชากรไทยมากกว่า 14 ล้านคนกำลังป่วยด้วยโรคในกลุ่ม NCDs
  • [3] Paolohospital - การพบโรคประจำตัวตั้งแต่ระยะเริ่มแรกช่วยให้ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนได้ประมาณ 40-50%