ช่วงลดน้ำหนักควรกินถั่วอะไร
ช่วงลดน้ำหนักควรกินถั่วอะไร: อัลมอนด์หรือวอลนัท
การเลือกรับประทานถั่วให้เหมาะสมเป็นกุญแจสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมหุ่นอย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ให้เสียสุขภาพ. การทำความเข้าใจชนิดของถั่วและปริมาณที่เหมาะสมในแต่ละวันจะช่วยลดความเสี่ยงจากการได้รับพลังงานส่วนเกินโดยไม่จำเป็น. เรียนรู้เคล็ดลับ ช่วงลดน้ำหนักควรกินถั่วอะไร เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการลดน้ำหนักและดูแลรูปร่างให้สมส่วนอย่างยั่งยืน.
ช่วงลดน้ำหนักควรกินถั่วอะไรดีที่สุด
การเลือกถั่วสำหรับช่วงลดน้ำหนักไม่ใช่แค่เรื่องของแคลอรี่ แต่เป็นเรื่องของการเลือกสารอาหารที่ช่วยให้อิ่มนานและเผาผลาญได้ดีขึ้น. ถั่วเปลือกแข็ง (Nuts) หลายชนิดมีไขมันดี โปรตีน และไฟเบอร์สูง ซึ่งเป็นตัวช่วยสำคัญในการควบคุมความหิวระหว่างวัน.
ถั่วเปลือกแข็งที่คนลดน้ำหนักต้องมีติดบ้าน
อัลมอนด์เป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้นๆ เนื่องจากมีโปรตีนและไฟเบอร์เข้มข้น ซึ่งงานวิจัยชี้ว่าการกินอัลมอนด์ช่วยให้อิ่มท้องนานกว่าของว่างทั่วไป. อีกทางเลือกที่น่าสนใจคือพิสตาชิโอ ซึ่งมีแคลอรี่ต่อเม็ดค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับถั่วชนิดอื่น ทำให้คุณกินได้ในปริมาณที่มากกว่าโดยไม่รู้สึกผิด. [1]
สำหรับใครที่ต้องการโอเมก้า 3 เพื่อสุขภาพหัวใจ วอลนัทถือว่าตอบโจทย์ที่สุด แม้จะมีแคลอรี่สูงกว่าเล็กน้อย แต่ไขมันดีในวอลนัทมีส่วนช่วยลดการสะสมของไขมันในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ. สุดท้ายคือ ถั่วอะไรช่วยลดความอ้วน ซึ่งถั่วลิสงถือเป็นตัวเลือกที่หาซื้อง่ายและราคาประหยัด แต่ต้องระวังเรื่องการปรุงรสเป็นพิเศษ
ปริมาณที่เหมาะสมต่อวันและวิธีเลือกซื้อ
แม้ถั่วจะดีต่อสุขภาพ แต่การกินเกินความจำเป็นก็ทำให้อ้วนได้ง่ายๆ เพราะถั่วมีพลังงานสูงมาก. กฎเหล็กที่นักโภชนาการมักแนะนำคือ ปริมาณถั่วที่ควรกินต่อวัน จำกัดไว้ที่ประมาณ 1 กำมือ หรือราว 30 กรัมต่อวัน ซึ่งให้พลังงานเฉลี่ยอยู่ที่ 160-200 แคลอรี่
ตอนที่ผมเริ่มลดน้ำหนักใหม่ๆ ผมพลาดหนักมากด้วยการซื้อถั่วอบเกลือมากินจนหมดกระป๋องในวันเดียว. การทำแบบนั้นนอกจากจะได้แคลอรี่เกินแล้ว ยังได้โซเดียมมหาศาลที่ทำให้ตัวบวมน้ำ. วิธีที่ถูกต้องคือเลือกแบบ อบธรรมชาติ ไม่ใส่เกลือ ไม่เคลือบคาราเมล และไม่ผ่านการทอด เพื่อให้ได้ ประโยชน์ของถั่วในการลดหุ่น อย่างเต็มที่จากถั่วล้วนๆ
เปรียบเทียบถั่วลดน้ำหนักยอดนิยม
ถั่วแต่ละชนิดมีจุดเด่นต่างกัน คุณสามารถเลือกตามเป้าหมายของร่างกายได้ดังนี้ครับ
อัลมอนด์
สูง ช่วยลดการกินจุกจิก
สูงมาก ช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อ
พิสตาชิโอ
การแกะเปลือกช่วยให้กินช้าลง
ต่ำที่สุดในบรรดาถั่วเปลือกแข็ง
วอลนัท
ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย
โอเมก้า 3 สูงมาก
หากเน้นความอิ่มเลือกอัลมอนด์ แต่ถ้าชอบเคี้ยวเพลินในปริมาณมากพิสตาชิโอคือตัวเลือกที่น่าสนใจกว่า ส่วนวอลนัทเหมาะสำหรับการบำรุงสุขภาพเชิงลึกในปริมาณที่จำกัดประสบการณ์จริงของมายด์: เปลี่ยนของว่างที่ทำให้อ้วน
มายด์เป็นพนักงานออฟฟิศในกรุงเทพฯ ที่มักจะหิวตอนบ่าย 3 โมงและจบลงที่การสั่งชานมหรือขนมถุงมากินเสมอ ซึ่งทำให้เธอน้ำหนักขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มรู้สึกอึดอัดกับเสื้อผ้าตัวเดิม
ช่วงแรก มายด์ลองหันมากินถั่วแทน แต่ดันซื้อถั่วอบน้ำผึ้งมาติดโต๊ะทำงาน สรุปคือไม่ได้ช่วยให้ลดได้จริง แถมกินเพลินกว่าเดิมจนน้ำหนักนิ่งสนิท
มายด์ตัดสินใจเปลี่ยนใหม่ คือหันมาแบ่งถั่วอัลมอนด์อบธรรมชาติใส่ถุงเล็กๆ ไว้ที่บ้าน และพกติดกระเป๋าไปทำงานแค่ถุงเดียวพอ
ผลลัพธ์คือหลังจากผ่านไป 1 เดือน มายด์พบว่าความอยากของหวานลดลงอย่างชัดเจน และน้ำหนักตัวค่อยๆ ลดลงประมาณ 1.5 กิโลกรัมโดยไม่ต้องอดอาหารมื้อหลักเลย
เนื้อหาที่ต้องเชี่ยวชาญ
จำกัดปริมาณให้ชัดเจนควรกินถั่วเพียง 1 กำมือ หรือประมาณ 30 กรัมต่อวัน เพื่อเลี่ยงพลังงานเกิน [2]
ควรอ่านฉลากเลือกแบบอบธรรมชาติ ไม่ใส่เกลือและไม่ปรุงรส เพื่อสุขภาพที่ดีที่สุด
ข้อมูลเพิ่มเติม
กินถั่วตอนลดน้ำหนักแล้วจะอ้วนไหม?
ไม่ทำให้อ้วนถ้าคุมปริมาณครับ ถั่วให้ไขมันดีและช่วยให้อิ่มนาน แต่ถ้ากินเกินวันละ 1 กำมือ แคลอรี่จะสูงเกินจนทำให้น้ำหนักเพิ่มได้
ทำไมถั่วที่ขายทั่วไปถึงไม่เหมาะกับการลดน้ำหนัก?
เพราะถั่วนอกมักถูกปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาล หรือน้ำมันทอด ทำให้โซเดียมสูงและแคลอรี่พุ่งสูงเกินความจำเป็นครับ
เอกสารอ้างอิง
- [1] Pmc - ซึ่งงานวิจัยชี้ว่าการกินอัลมอนด์ช่วยให้อิ่มท้องนานกว่าของว่างทั่วไปถึง 30%
- [2] Betterhealth - ควรกินถั่วเพียง 1 กำมือ หรือประมาณ 30 กรัมต่อวัน เพื่อเลี่ยงพลังงานเกิน
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต