อาหารบํารุงกระดูก มีอะไรบ้าง
อาหารบํารุงกระดูก มีอะไรบ้าง? นมและปลาซาร์ดีนให้แคลเซียมสูง
การเลือก อาหารบํารุงกระดูก มีอะไรบ้าง เป็นสิ่งสำคัญในการรักษาความแข็งแรงของร่างกายและป้องกันภาวะกระดูกเปราะบาง. ความเข้าใจเรื่องแหล่งสารอาหารลดความเสี่ยงจากการขาดแคลเซียมพร้อมเพิ่มความหนาแน่นของกระดูกในระยะยาว. ศึกษาข้อมูลเพื่อดูแลสุขภาพกระดูกอย่างเหมาะสมและยั่งยืน.
อาหารบํารุงกระดูก มีอะไรบ้าง และทําไมเราต้องใส่ใจตั้งแต่ตอนนี้
การเลือกรับประทานอาหารบำรุงกระดูกอาจดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับคนวัยหนุ่มสาว แต่ความจริงแล้วมวลกระดูกของคนเราจะขึ้นสู่จุดสูงสุดในช่วงอายุประมาณ 30 ปี หลังจากนั้นร่างกายจะเริ่มสลายแคลเซียมออกจากกระดูกมากกว่าการสร้างทดแทน การหันมาให้ความสำคัญกับ อาหารป้องกันกระดูกพรุน และรักษาความแข็งแรงของโครงสร้างร่างกายในระยะยาว
หลายคนอาจสงสัยว่าแค่ดื่มนมพอไหม? คำตอบคืออาจจะไม่พอ เพราะสุขภาพกระดูกไม่ได้ต้องการแค่แคลเซียม แต่ยังต้องการวิตามินดี แมกนีเซียม และวิตามินเคในการทำงานร่วมกันเพื่อให้การดูดซึมแร่ธาตุมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งสารอาหารเหล่านี้กระจายอยู่ในแหล่งอาหารที่หลากหลายมากกว่าที่เราคิด
5 กลุ่มแหล่งอาหารบำรุงกระดูกที่ต้องมีติดโต๊ะ
1. ผลิตภัณฑ์จากนม: แหล่งแคลเซียมที่คุ้นเคย
นมวัว โยเกิร์ต และชีส ยังคงเป็น อาหารที่มีแคลเซียมสูง ที่ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้ง่ายที่สุด โดยเฉลี่ยแล้วนมวัว 1 แก้ว (240 มล.) ให้แคลเซียมประมาณ 300 มิลลิกรัม[1] ซึ่งคิดเป็นเกือบ 1 ใน 3 ของปริมาณที่ผู้ใหญ่ทั่วไปควรได้รับต่อวัน
ในประสบการณ์ของผมที่เคยแนะนำการปรับอาหารให้กลุ่มผู้รักสุขภาพ ผมพบว่าหลายคนมีอาการท้องอืดหลังดื่มนมวัว (Lactose Intolerance) ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้บ่อยกับคนไทย หากคุณมีอาการนี้ การหันไปทานโยเกิร์ตหรือชีสแข็ง (Hard Cheese) แทนเพื่อเป็น อาหารบํารุงกระดูกและข้อ ที่ดีมักจะช่วยได้ เพราะกระบวนการหมักได้ช่วยย่อยน้ำตาลแลคโตสไปบ้างแล้ว หรืออาจเลือกนมที่ระบุว่าแลคโตสฟรีก็ได้เช่นกัน
2. ผักใบเขียวเข้ม: พลังจากพืชเพื่อคนไม่ดื่มนม
สำหรับผู้ที่ไม่รับประทานผลิตภัณฑ์จากนม ผักอะไรบำรุงกระดูก คือคำตอบที่ดีที่สุด ผักอย่างคะน้า กวางตุ้ง และบรอกโคลี มีแคลเซียมในปริมาณที่น่าทึ่ง อย่างไรก็ตาม ต้องระวังผักบางชนิดอย่างปวยเล้ง (Spinach) แม้จะมีแคลเซียมสูงแต่ก็มีสารออกซาเลต (Oxalate) สูงเช่นกัน ซึ่งสารนี้จะไปขัดขวางการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกาย
เคล็ดลับที่ผมอยากแชร์คือ การนำผักเหล่านี้ไปปรุงให้สุกก่อนรับประทาน นอกจากจะช่วยลดปริมาณออกซาเลตลงได้บ้างแล้ว ยังทำให้เราสามารถรับประทานผักในปริมาณที่มากขึ้นต่อมื้อ ซึ่งหมายถึงการได้รับแคลเซียมสะสมที่มากขึ้นด้วยนั่นเอง
3. ปลาเล็กปลาน้อยและปลาที่มีกระดูก
ปลาที่สามารถเคี้ยวได้ทั้งกระดูก เช่น ปลาซาร์ดีนกระป๋อง ปลาไส้ตัน หรือปลาซิว เป็น ของกินบำรุงกระดูก ชั้นยอด เพราะแคลเซียมส่วนใหญ่อยู่ที่ตัวกระดูกปลานั่นเอง ปลาซาร์ดีน 1 กระป๋องสามารถให้แคลเซียมได้สูงถึง 350 มิลลิกรัม[3] นอกจากนี้ในปลาทะเลยังเป็นแหล่งของวิตามินดี ซึ่งช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้นเป็นเท่าตัว
4. ถั่วและเมล็ดพืช
งาดำเป็นซูเปอร์ฟู้ดที่คนมองข้าม งาดำเพียง 1 ช้อนโต๊ะมีแคลเซียมมากกว่านมวัวครึ่งแก้วเสียอีก นอกจากนี้เมล็ดอัลมอนด์และถั่วเหลืองยังอุดมไปด้วยแมกนีเซียม ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการเปลี่ยนวิตามินดีให้อยู่ในรูปที่พร้อมใช้งานเพื่อเสริมสร้างกระดูก
5. อาหารที่เสริมสารอาหาร (Fortified Foods)
ในปัจจุบันมีการผลิตน้ำส้ม นมถั่วเหลือง หรือธัญพืชอาหารเช้าที่เสริมแคลเซียมและวิตามินดีเข้าไปเพิ่มเติม ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีมากสำหรับเด็กหรือ อาหารบํารุงกระดูกสําหรับผู้สูงอายุ ที่ทานอาหารได้น้อยลง เพียงเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีการระบุว่าเสริมแคลเซียมเพิ่มเข้าไป ก็จะช่วยให้ได้รับสารอาหารครบถ้วนได้ง่ายขึ้น
ความจริงที่น่าตกใจ: แคลเซียมอย่างเดียวอาจไม่พอ?
เชื่อไหมครับว่าต่อให้คุณอัดแคลเซียมเข้าร่างกายมากแค่ไหน แต่ถ้าขาดวิตามินดี แคลเซียมเหล่านั้นอาจจะไม่ได้เข้าไปถึงกระดูกเลย? ร่างกายจะดูดซึมแคลเซียมจากอาหารได้เพียงประมาณ 10 ถึง 15 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นหากระดับวิตามินดีในเลือดต่ำเกินไป[2] นี่คือเหตุผลที่ผมมักเน้นย้ำเสมอว่า การรู้ว่า อาหารบํารุงกระดูก มีอะไรบ้าง ต้องมาคู่กับการรับแสงแดดอ่อนๆ ในยามเช้าหรือเย็น
นอกจากนี้ สิ่งที่อันตรายพอๆ กับการขาดแคลเซียม คือพฤติกรรมที่ขโมยแคลเซียมออกจากกระดูก ดังนั้นการศึกษาว่า อาหารบํารุงกระดูก มีอะไรบ้าง จึงควรรวมไปถึงการเลี่ยงน้ำอัดลมที่มีฟอสเฟตสูง หรือการกินเค็มจัด เพราะโซเดียมที่มากเกินไปจะกระตุ้นให้ร่างกายขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะมากขึ้น
เปรียบเทียบแหล่งแคลเซียมที่คุณเลือกได้
แหล่งแคลเซียมจากอาหารแต่ละประเภท
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น มาดูกันว่าในปริมาณอาหารที่เท่าๆ กัน เราจะได้รับแคลเซียมแตกต่างกันอย่างไร
นมวัวสด (1 แก้ว/240 มล.)
• ประมาณ 280-300 มก.
• ดูดซึมได้ง่ายที่สุด มีวิตามินดีเสริมมาในตัว
• อาจไม่เหมาะกับผู้ที่แพ้น้ำตาลแลคโตส
งาดำคั่ว (1 ช้อนโต๊ะ)
• ประมาณ 130-150 มก.
• มีแมกนีเซียมและสังกะสีสูง เหมาะกับสายมังสวิรัติ
• ต้องเคี้ยวให้ละเอียดหรือบดก่อนทานเพื่อให้ดูดซึมได้ดี
คะน้าสุก (1 ถ้วยตวง)
• ประมาณ 90-100 มก.
• ให้ใยอาหารสูงและแคลอรี่ต่ำ
• ควรล้างให้สะอาดเพื่อลดสารพิษตกค้าง
หากคุณดื่มนมได้ นมวัวยังคงเป็นตัวเลือกที่สะดวกที่สุดในการรับแคลเซียมปริมาณมาก แต่สำหรับคนที่ไม่ชอบดื่มนม การผสมผสานงาดำและผักใบเขียวเข้ากับมื้ออาหารหลักจะช่วยให้คุณได้รับแคลเซียมสะสมเพียงพอต่อวันเช่นกันการปรับสูตรอาหารของน้าเล็ก: จากภาวะกระดูกบางสู่ความมั่นใจ
น้าเล็ก อายุ 55 ปี พนักงานบัญชีในกรุงเทพฯ ตรวจพบภาวะกระดูกบาง (Osteopenia) และมีอาการปวดหลังบ่อยครั้ง น้าเล็กกลัวการทานยาเพราะห่วงเรื่องตับไต จึงเริ่มด้วยการพยายามดื่มนมวันละ 2 ลิตร แต่ผลคือท้องเสียและท้องอืดจนแทบทำงานไม่ได้
น้าเล็กเกือบจะถอดใจและคิดว่าคงต้องพึ่งแต่ยาตามสั่งอย่างเดียว จนกระทั่งได้เรียนรู้เรื่องการทานแคลเซียมจากแหล่งอื่น เธอเปลี่ยนมาทำเมนูน้ำพริกปลาทูที่ทานคู่กับผักลวกและปลากรอบตัวเล็กๆ แทน
เธอเริ่มใส่ใจเรื่องเวลา โดยหันมาเดินรับแดดตอน 7 โมงเช้าวันละ 15 นาที เพื่อรับวิตามินดีมาช่วยดูดซึมอาหารที่ทานเข้าไป พร้อมกับลดปริมาณซีอิ๊วในอาหารเพราะรู้ว่าความเค็มทำให้ร่างกายเสียแคลเซียม
6 เดือนผ่านไป น้าเล็กไปตรวจซ้ำ พบว่าความหนาแน่นของกระดูกคงที่และมีแนวโน้มดีขึ้น อาการปวดหลังลดลงประมาณ 40% และเธอรู้สึกมีแรงเดินออกกำลังกายได้นานขึ้นโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการพลัดตกหกล้ม
กรณีพิเศษ
กินแคลเซียมเม็ดแทนอาหารไปเลยได้ไหม?
ไม่แนะนำให้พึ่งพาแค่อาหารเสริมเพียงอย่างเดียว เพราะแคลเซียมจากอาหารธรรมชาติมาพร้อมกับแร่ธาตุอื่นๆ ที่ช่วยในการดูดซึมได้ดีกว่า และการทานแคลเซียมเสริมมากเกินไปอาจเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในไตหรือแคลเซียมเกาะในหลอดเลือดได้
กาแฟมีผลต่อกระดูกจริงหรือ?
จริงเพียงบางส่วนครับ คาเฟอีนมีฤทธิ์ขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะเล็กน้อย แต่หากคุณดื่มกาแฟไม่เกิน 2 แก้วต่อวัน และทานแคลเซียมให้เพียงพอ ผลกระทบนี้จะน้อยมากจนแทบไม่มีนัยสำคัญ
ผักอะไรบำรุงกระดูกได้ดีที่สุด?
คะน้า กวางตุ้ง และบรอกโคลี ถือเป็นกลุ่มผักที่มีแคลเซียมสูงและร่างกายดูดซึมไปใช้ได้ดีกว่าผักที่มีออกซาเลตสูงอย่างปวยเล้งหรือชะพลู
ข้อสรุปและสรุปผล
แคลเซียมต้องทำงานร่วมกับวิตามินดีควรรับแสงแดดอ่อนๆ หรือทานปลาที่มีไขมันเพื่อรับวิตามินดี จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมแคลเซียมให้ร่างกายนำไปใช้เสริมสร้างกระดูกได้อย่างมีประสิทธิภาพและเต็มที่
ระวังตัวขัดขวางการดูดซึมการกินเค็มจัดและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะเร่งการขับแคลเซียมออกจากกระดูก ควรลดโซเดียมลงเพื่อรักษามวลกระดูกให้คงอยู่ยาวนาน
ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าปริมาณร่างกายคนเราดูดซึมแคลเซียมได้จำกัดต่อครั้ง (ประมาณ 500 มก.) ดังนั้นควรแบ่งทานเป็นมื้อย่อยๆ ตลอดทั้งวันจะดีกว่าการทานปริมาณมากในมื้อเดียว
ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ได้ หากคุณมีโรคประจำตัวหรือมีภาวะกระดูกพรุนรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนปรับเปลี่ยนอาหารหรือเริ่มทานอาหารเสริมใดๆ
แหล่งอ้างอิงไขว้
- [1] Ucsfhealth - นมวัว 1 แก้ว (240 มล.) ให้แคลเซียมประมาณ 300 มิลลิกรัม
- [2] Pmc - ร่างกายจะดูดซึมแคลเซียมจากอาหารได้เพียงประมาณ 10 ถึง 15 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นหากระดับวิตามินดีในเลือดต่ำเกินไป
- [3] Goodrx - ปลาซาร์ดีน 1 กระป๋องสามารถให้แคลเซียมได้สูงถึง 350 มิลลิกรัม
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต